รัฐบาลออสเตรียระบุว่ามีแผนที่จะยุติมาตรการฉุกเฉินเพื่ออนุญาตให้ผู้ลี้ภัยหลายพันคนที่ตกค้างอยู่ในฮังการี เดินทางเข้าไปในออสเตรียและเยอรมนีมาตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และจะดำเนินการไปสู่ขั้นตอนตามปกติต่อไป โดยนายกรัฐมนตรีแวร์เนอร์ เฟย์มันน์ของออสเตรียบอกว่าได้มีการทบทวนการตัดสินใจในเรื่องดังกล่าว หลังจากที่เขาได้หารืออย่างจริงจังกับนายกรัฐมนตรีอังแกล่า แมร์เคิลของเยอรมนี และโทรศัพท์พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีวิคเตอร์ ออร์บันของฮังการี
ด้านกระทรวงมหาดไทยเยอรมนีระบุว่าการตัดสินใจให้ผู้อพยพเข้าประ เทศในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ถือเป็นข้อยกเว้น และกฎระเบียบของสหภาพยุโรปหรืออียูที่กำหนดให้ผู้ต้องการลี้ภัยดำเนินการตามกระบวนการในประเทศแรกที่พวกเขาเดินทางมาถึงนั้น ยังคงมีผลบังคับใช้เหมือนเดิม
ขณะที่รัฐบาลผสมของเยอรมนีออกแถลงการณ์ในวันนี้ ว่าได้อนุมัติเงินเพิ่มเติมอีกจำนวน 3 พันล้านยูโรหรือกว่า 1.1 แสนล้านบาท เพื่อใช้รับมือกับจำนวนผู้ลี้ภัยที่หลั่งไหลเข้าประเทศ และเห็นพ้องที่จะดำเนินมาตร การต่างๆ อาทิ การเร่งระเบียบวิธีดำเนินการด้านการลี้ภัย และการอำนวยความสะดวกเรื่องการสร้างที่พักพิงให้กับผู้ลี้ภัย นอกจากเงิน 3 พันล้านยูโรที่อนุมัติให้ กับรัฐและเทศบาลต่างๆแล้ว รัฐบาลยังวางแผนที่จะอนุมัติเงินอีก 3 พันล้านยูโรสำหรับเป็นงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในเรื่องต่างๆ เช่น การให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ลี้ภัย แม้การตัดสินใจของนายแมร์เคิลที่อนุญาตให้ผู้ลี้ภัยหลายพันคนที่ตกค้างอยู่ในฮังการีเข้าประเทศ ก็สร้างความขัดแย้งขึ้นภายในกลุ่มพวกอนุรักษ์นิยมกับพรรคพันธมิตรของเธอที่กล่าวหาเธอว่ากำลังส่งสัญญาณแบบผิดๆ
ด้านนายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนของอังกฤษประกาศว่าจะกำหนดรายละเอียดของแผนการรับผู้ลี้ภัยจากซีเรียมากขึ้น แต่หมายถึงผู้ลี้ภัยที่จะต้องมาจากค่ายต่างๆ ที่อยู่บริเวณพรมแดนซีเรีย ไม่ใช่พวกที่เดินทางเข้าไปในยุโรปในขณะนี้ ขณะที่นายจอร์จ ออสบอร์นรัฐมนตรีคลังอังกฤษระบุว่าจะนำงบช่วยเหลือต่างประเทศร้อยละ 0.7 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี มาเป็นค่าใช้จ่ายช่วย เหลือผู้ลี้ภัย
ส่วนนายกรัฐมนตรีโทนี่ แอ๊บบ็อตของออสเตรเลียบอกว่าจะอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยที่ขอลี้ภัยเข้าประเทศได้ แต่สมาชิกจากพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกับเขาเรียกร้องให้หาที่พักพิงชั่วคราวให้กับผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย และอิรัก และส่งคนเหล่านั้นทั้งหมดกลับประเทศ หลังประเทศของพวกเขามีความปลอดภัยแล้ว
