Saturday, 24/8/2019 | 4:02 UTC+7
i-News

ตร.พม่าบังคับ 5 โรฮิงญากราบพระ เปลี่ยนศาสนา

burmatimes รายงานเมื่อ 18 กันยายน ระบุว่า ตำรวจเมียนมาร์บังคับโรฮิงยา 5 คนให้ก้มกราบไหว้รูปปั้นและเปลี่ยนศาสนา แต่พวกเขาไม่ยอมเปลี่ยนศาสนาแม้ถูกทารุณกรรมต่างๆ สุดท้ายได้รับการปล่อยตัวหลังครอบครัวนำเงินจ่ายให้ตำรวจ

เพจ มุสลิมะฮออสเตรเลีย แปลข่าวดังกล่าวระบุว่าเมื่อวันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2558 โรฮิงยา 5 คนในมีบ่อง (Mebong) ออกไปตกปลาที่แม่น้ำ หลังจากได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้ควบคุมแคมป์คนพลัดถิ่นภายในประเทศ

ชาวระไคได้วิ่งไล่พวกเขา และ 1 ใน 5 ของโรฮิงยาถูกจับตัวไว้ได้ โดยที่เขาถูกทุบตีอย่างโหดเหี้ยม หลังจากนั้นเขาได้ถูกส่งตัวไปให้กับตำรวจ และตำรวจได้ทารุณโรฮิงยาผู้นี้ เพื่อให้เปิดเผยชื่อคนทั้งหมดที่ไปตกปลาด้วยกัน โรฮิงยาอีก 4 คนถูกเรียกตัวมาที่สถานีตำรวจในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2558 พวกเขาทั้ง 5 ถูกตำรวจทารุณอย่างแสนสาหัส

หลังจากนั้นตำรวจได้นำตัวชาวโรฮิงยาทั้งหมดไปที่วัดไกลๆ และบังคับพวกเขาให้คุกเข่าต่อหน้ารูปปั้น ตำรวจได้จับมือชาวโรฮิงยาให้พนมมือและสั่งให้ก้มกราบไปที่บริเวณเท้าของรูปปั้น

พวกเขายังถูกตำรวจบังคับให้ออกจากศาสนาอิสลามและเข้ารับศาสนาพุทธ ตำรวจยังบอกชาวโรฮิงยาด้วยว่า ปัญหาทั้งหมดจะหมดไป ถ้าเขาเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธแทน

เมื่อพวกเขาปฏิเสธที่จะเปลี่ยนศาสนา พวกเขาถูกทรมานต่อ อย่างไรก็ตาม พวกเขาถูกปล่อยตัวในวันเดียวกันหลังจากครอบครัวของชาวโรฮิงยานำเงินจำนวน 200,000 จ๊าด (ประมาณ 5,660 บาท) มาให้กับตำรวจ

ผู้ที่อยู่ในค่ายคนผลัดถิ่นภายในประเทศในเมบ่องไม่มีรายได้อะไรและสัดส่วนการให้อาหารของโครงการยูเอ็น World Food Program ก็ถูกลดลงอย่างมาก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องประสบกับปัญหาการขาดแคลนอาหารในแคมป์อย่างรุนแรง พวกเขายังไม่ถูกอนุญาตให้ออกนอกแคมป์เพื่อไปทำงานหารายได้มาเลี้ยงคนในแคมป์อีกด้วย

ชาวพุทธชาตินิยม ซึ่งเป็นกลุ่มๆ หนึ่งของศาสนาพุทธในเมียนมาร์ ที่นิยมความรุนแรง โดยกลุ่มนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นภายในไม่กี่ปีนี้ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีการใช้ความรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอิสลามมีมากขึ้น

ความคิดเห็น

comments

About