นักบินรัสเซียทุกคนที่ขึ้นบินออกปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในซีเรีย ได้รับอนุญาตจากกระทรวงกลาโหม ให้พกปืนเล็กยาวกึ่งอัตโนมัติ AK-47 พร้อมทั้ง ปืนพกออโตเมติกอีก 1 กระบอกขึ้นเครื่องไปด้วย เพื่อใช้เป็นอาวุธในยามฉุกเฉิน หลังจากกรณีเครื่องบิน Su-24 ถูกตุรกียิงตกหลังบินรุกล้ำน่านฟ้าตุรกี นักบินคนหนึ่งเสียชีวิต นักบินผู้ช่วยต้องหนีหัวซุกหัวซุน เกือบเอาชีวิตไม่รอด เนื่องจากจุดตกอยู่ในพื้นที่ที่พวกเขาเพิ่งเอาระเบิดไปทิ้งโจมตีเป้าหมายชาวซีเรียชายแดนตุรกี
อาวุธปืนประจำกายทั้งปืนสั้นและปืนเล็กยาว จะช่วยให้นักบินของรัสเซีย มีโอกาสต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ภายใต้สถานการณ์คับขันเช่นนั้น
ตามรายงานของ Life News ของรัสเซียเปิดเผยว่า ปืนคาลาชนิคอฟจะเก็บไว้ใต้ที่นั่งนักบิน ซึ่งใช้เป็นที่เก็บแพยาง โดยแพยางยังอยู่เหมือนเดิม แต่จะหุ้มปืนเล็กยาวพับฐานเอาไว้อย่างมิดชิด
วิดีโอคลิปที่เผยแพร่ในช่วงวันสองวันมานี้ แสดงให้เห็นนักบินเครื่องบินทิ้งระเบิด Su-34 คนหนึ่ง แสดงให้ผู้สื่อข่าวดูอาวุธปืนสั้นออโต้สเต็ชคิน (Stechkin) ของเขา พร้อมซองกระสุนอีกอย่างน้อย 4 ซอง ที่เก็บอย่างปลอดภัยในกระเป๋าเสื้อคอมแบ็ต และ นี่คือปืนพกประจำกายที่ใช้กระสุนขนาด 19×18 มม.ของมาคารอฟ ซองกระสุนหรือแม็กกาซีนบรรจุ 230 นัด หนักอึ้ง แต่เป็น “ปืนลูกดก” ยอดนิยม ที่ใช้มาตั้งแต่ยุคสงครามเย็น ในกองทัพกลุ่มวอร์ซอว์ ที่มีสหภาพโซเวียตเป็นแกนนำ
เข้าใจกันว่า มาตรการนี้อนุญาตให้ใช้กับนักบินของอากาศยานทุกลำ ที่ออกปฏิบัติหน้าที่ในซีเรีย รวมทั้งนักบินกับลูกเรือประจำเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบ Mi-24 และ Mi-8 ด้วย
ไม่เพียงแต่อาวุธและกระสุนเท่านั้น ต่อไปนี้ในกระเป๋านักบินทุกคน จะมีอุปกรณ์เดินป่าที่จำเป็น ตลอดจนเครื่องยังชีพพื้นฐาน ซึ่งรวมทั้งเข็มทิศ กระจกสำหรับส่องแสงขอความช่วยหลือจากอากาศยาน ไม้ขีดไฟที่บรรจุในภาชนะกันน้ำ กับวิทยุสื่อสารอีก 1 เครื่อง เว็บไซต์ข่าวภาษารัสเซียรายงาน
ทั้งหมดนี้เป็นพัฒนาการขั้นล่าสุด เกี่ยวกับการออกปฏิบัติการทิ้งระเบิด หลังจากกระทรวงกลาโหมประกาศก่อนหน้านี้ว่า Su-34 ทุกลำจะติดจรวดต่อสู้อากาศยานทั้งระยะสั้นและระยะไกล เพื่อป้องกันตนเอง
นักบินในคลิปที่เผยแพร่ล่าสุดนี้ กล่าวว่า จรวดระยะใกล้ของเขา สามารถยิงเป้าหมายได้ไกลถึง 60 กิโลเมตร แต่ก็มีไว้เพื่อป้องกันตนเองเท่านั้น
