The 1 Malaysia Development Berhad (1MDB) logo is seen on a billboard at the funds flagship Tun Razak Exchange under-development site in Kuala Lumpur on July 3, 2015. Malaysia's premier Najib Razak on July 3 dismissed as "political sabotage" a report that a probe into a state-owned investment fund had found hundreds of millions of dollars were transferred to his personal bank accounts. AFP PHOTO / MANAN VATSYAYANA

คณะกรรมการไต่สวนของรัฐสภามาเลเซียเผยแพร่รายงานวันพฤหัสบดี (7 เมษายน) ว่า กองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวที่นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัก ก่อตั้งขึ้น ได้มีการเบิกจ่ายเงินจำนวน 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปต่างประเทศโดยปราศจากที่มาที่ไป พร้อมเรียกร้องให้มีการนำตัวอดีตซีอีโอของกองทุนมาสอบสวน

รายงานจากคณะกรรมการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน (Public Accounts Committee – PAC) ถือเป็นครั้งแรกที่กระบวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการของมาเลเซียได้บ่งชี้ถึงพฤติกรรมไม่ชอบมาพากล หรือแนะให้ภาครัฐดำเนินการบางอย่างเกี่ยวกับคดีทุจริตกองทุน วัน มาเลเซีย ดีเวลลอปเมนต์ เบอร์ฮัด (1MDB) ที่พัวพันถึงชื่อเสียงของผู้นำเสือเหลือง

นาจิบ ซึ่งตั้งกองทุนแห่งนี้ขึ้นเมื่อปี 2009 ยืนกรานปฏิเสธเรื่องที่ว่าเงินทุนหลายพันล้านดอลลาร์ของ 1MDB ถูกยักย้ายถ่ายโอนไปต่างประเทศ พร้อมย้ำว่าตัวเขาเองและ 1MDB ไม่เคยกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา

อย่างไรก็ตาม PAC ยืนยันว่า มีการเบิกจ่ายเงินกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกจากกองทุน 1MDB โดยไม่ผ่านการอนุมัติอย่างถูกต้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง “ข้อจำกัดและความบกพร่อง” ในการบริหารกองทุนแห่งนี้

“PAC จึงมีความเห็นว่า ชาห์โรล อัซราล อิบรอฮีม ฮัลมี อดีตผู้บริหาร 1MDB ต้องรับผิดชอบต่อข้อจำกัดและความบกพร่องดังกล่าว” รายงานซึ่งมีความยาว 106 หน้ากระดาษ ระบุ

“ด้วยเหตุนี้ จึงขอให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเรียกตัว ชาห์โรล อัซราล อิบรอฮีม ฮัลมี และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน”

ชาห์โรล เคยดำรงตำแหน่งซีอีโอของกองทุน 1MDB ระหว่างปี 2009-2013

ทั้งนี้ PAC ไม่ได้แนะนำให้ไต่สวนผู้ใดเพิ่มเติมอีก และไม่ได้อ้างไปถึงตัว นาจิบ ด้วย

ความคิดเห็น

comments

By admin