ข้อมูลของอียูที่เผยแพร่ในวันจันทร์(2 พฤษภาคม) พบมีเยาวชนมากถึง 88,300 คนที่เดินทางเพียงลำพังเข้ามาขอลี้ภัยในสหภาพยุโรปในปี 2015 โดยในนั้นมี 13 เปอร์เซนต์ที่อายุต่ำกว่า 14 ปี ที่ตัดสินใจข้ามทวีปเสาะหาสถานที่ปลอดภัยโดยไม่มีผู้ปกครองมาด้วย
ยูโรสแตท สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหภาพยุโรป เผยว่ามีประชาชนมากกว่า 1 ล้านคนที่หลบหนีภัยสงครามและความขัดสนในตะวันออกกลางและแอฟริกาเดินทางเข้าสู่ยุโรปเมื่อปีที่แล้ว คิดเป็นเกือบ 2 เท่าของปี 2014 ขณะที่จำนวนผู้เยาว์ที่เดินทางเพียงลำพังเพิ่มขึ้น 4 เท่า
จากข้อมูลยังพบอีกว่าพวกผู้เยาว์ คิดเป็นจำนวนราว 1 ใน 3 ของผู้ที่ยื่นขอลี้ภัยในอียูเป็นครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว
ชาติต่างๆในอียูมีความเห็นไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับแนวทางรับมือกับวิฤตผู้อพยพครั้งเลวร้ายที่สุดของยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และความรู้สึกต่อต้านผู้ลี้ภัยที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆแม้แต่ในประเทศต่างๆที่เคยมีธรรมเนียมปฏิบัติอย่างมีน้ำใจกับเหล่าผู้คนที่หวังขอลี้ภัย
ในบรรดาเยาวชนที่ไม่ได้เดินทางมาพร้อมกับผู้ปกครอง มีอยู่ 4 ใน 10 ที่ยื่นข้อลี้ภัยในสวีเดน ประเทศที่มีเสียงเรียกร้องให้ตรวจสอบคัดกรองเข้มงวดยิ่งขึ้น ท่ามกลางข้อสงสัยว่าพวกผู้ใหญ่บางส่วนแสร้งว่าเป็นเยาวชนเพื่อให้ได้รับการคุ้มครอง เพราะเกรงว่าไม่เช่นนั้นแล้วจะถูกปฏิเสธ
มากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้เยาว์ที่เดินทางมาโดยปราศจากพ่อแม่หรือผู้ปกครอง เป็นผู้ชายและกว่าครึ่งมีอายุระหว่าง 16 ถึง 17 ปี โดยในนั้นราวครึ่งหนึ่งเป็นชาวอัฟกานิสถาน รองลงมาก็คือชาวซีเรีย
ทั้งนี้รองจากสวีเดนแล้ว เยอรมนี ฮังการี และออสเตรเลีย คือจุดหมายปลายทางหลักของการขอลี้ภัยของพวกเหล่าเยาวชนซึ่งเดินทางเพียงลำพัง
ในความพยายามหยุดยั้งการไหลบ่าของผู้ลี้ภัย อียูบรรลุจข้อตกลงกับตุรกีในการหยุดยั้งผู้คนที่จะข้ามมายังยุโรป ขณะที่ตุรกีต้องแบกรับพวกผู้ลี้ภัยที่หลบหนีความขัดแย้งในซีเรีย ชาติเพื่อนบ้านกว่า 2.7 ล้านคน
