องค์การสหภาพแอฟริกัน (African Union : AU) เตรียมประกาศใช้ “single passport” เปิดทางสู่การเดินทางข้ามแดนเสรี ระหว่างประชากรของ 54 ชาติในทวีปแอฟริกา แบบไม่ต้องใช้วีซ่าภายในปี 2018

รายงานซึ่งอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง ขององค์การสหภาพแอฟริกัน (African Union : AU) ระบุว่า ในระหว่างการประชุมสุดยอด “เอยู ซัมมิต” ในเดือนหน้าที่กรุงคิกาลี เมืองหลวงของรวันดา ที่ประชุมจะมีการรับรองการใช้ระบบหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกัน หรือ “single passport” เพื่อขจัดอุปสรรคในการเดินทาง การค้าขาย และการท่องเที่ยวระหว่างผู้คนในทั้ง 54 ประเทศของกาฬทวีป ภายในปี 2018 หรืออย่างช้าไม่เกินปี 2020

ในปัจจุบันการเดินทางข้ามแดนในทวีปแอฟริกา ถือเป็นเรื่องยากลำบากโดยเฉพาะกับประชาชนที่เป็นชาวแอฟริกันด้วยกันเอง จากการที่มีเพียง 13 ชาติเท่านั้นในทวีปแห่งนี้ ที่อนุญาตให้ประชาชนจากทวีปเดียวกันนี้เดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องใช้วีซ่า ในขณะที่พลเมืองอเมริกันกลับสามารถเดินทางไปยังกว่า 20 ประเทศในแอฟริกา ได้โดยไม่ต้องมีวีซ่าแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน การขนส่งสินค้าข้ามแดนระหว่าง 54 ประเทศในแอฟริกา ยังถือเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่จะได้ประโยชน์จากการประกาศใช้นโยบายใหม่นี้ ที่จะช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งและงานเอกสารลงได้อย่างสำคัญ ตลอดจนจะส่งผลดีต่อแผนการจัดตั้งเขตการค้าเสรีทั่วทั้งทวีปแอฟริกาที่กำหนดไว้ภายในปี 2017 ทั้งนี้ เป็น มุมมองจากการประเมินของอนาเบล กอนซาเลซ ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันและการค้าของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์)

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวด้านความมั่นคงในเอยู ให้ความเห็นว่า การประกาศใช้นโยบาย single passport นี้ยังต้องเผชิญกับบททดสอบสำคัญที่ทั้ง 54 ชาติในแอฟริกา จะต้องหาทางรับมือร่วมกันให้ได้ โดยเฉพาะภัยคุกคามจากกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์อัล-ชาบาบ จากโซมาเลียและกลุ่มโบโก ฮารัมแห่งไนจีเรีย ที่อาจฉกฉวยประโยชน์จากนโยบายนี้ในการก่อความรุนแรงแบบข้ามพรมแดน ยังไม่รวมถึงการรับมือกับโรคระบาดอย่างเชื้อไวรัส “อีโบลา” หากปล่อยให้ผู้คนในแอฟริกาเดินทางข้ามแดนไปมาระหว่างกันได้อย่างเสรี

ความคิดเห็น

comments

By admin