รัฐบาลพม่าตั้งคณะทำงานพิเศษจัดการกลุ่มสุดโต่งทางศาสนา

พม่ากำลังดำเนินการปราบปรามกลุ่มชาวพุทธหัวรุนแรง ในจุดมุ่งหมายที่จะจัดการต่อความตึงเครียดทางศาสนา และชาติพันธุ์ในประเทศ หลังมัสยิด 2 แห่งถูกทำลาย และชาวมุสลิมจำนวนมากต้องหลบหนีออกจากหมู่บ้านเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

อองซานซูจี ผู้นำรัฐบาลพม่า ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชน และทนายความจากการไม่ปราบปรามผู้ก่อเหตุโจมตีมุ่งเป้าชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม

ในการตอบสนองต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น รัฐบาลได้เริ่มเคลื่อนไหวต่อต้านองค์กรของพระสงฆ์ชาตินิยมหัวรุนแรง ที่รู้จักในชื่อ “มะบะธา” โดยขู่ที่จะดำเนินการตามกฎหมาย หากกลุ่มมะบะธายังคงเผยแพร่ถ้อยคำสร้างความเกลียดชัง และยั่วยุปลุกปั่นความรุนแรง

ในวันศุกร์ (15) รัฐบาลได้เริ่มโครงการปฏิบัติการเฉพาะกิจเพื่อป้องกันการชุมนุมประท้วงรุนแรง ส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะยุติความรุนแรงทางศาสนา

ความตึงเครียดทางศาสนาคุกรุ่นอยู่ในพม่าเป็นเวลาเกือบครึ่งศตวรรษภายใต้การปกครองของรัฐบาลเผด็จการทหาร ก่อนจะปะทุขึ้นในปี 2555 ในพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศ ที่เป็นการปะทะกันระหว่างชาวมุสลิมโรฮิงญา และชาวพุทธยะไข่

ความรุนแรงระหว่างชาวมุสลิม และชาวพุทธก็ขยายตัวไปสู่พื้นที่อื่นๆ ในปี 2556 และ 2557

ประธานาธิบดีถิ่น จอ ระบุในคำแถลงว่า หน่วยปฏิบัติการเฉพาะกิจจะไม่เพียงแค่เคลื่อนไหวต่อผู้ชุมนุมประท้วงรุนแรงเท่านั้น แต่ยังสืบสวน และมีอำนาจควบคุมผู้ที่ยั่วยุปลุกปั่นความรุนแรง

“เราไม่ต้องการที่จะรบกวนการชุมนุมประท้วงอย่างสันติ แต่เราไม่อนุญาตให้มีความรุนแรงในขณะชุมนุมประท้วง” ซอ เต โฆษกสำนักงานที่ปรึกษาแห่งรัฐ กล่าว

คณะกรรมการมหาเถรสมาคมพม่า คณะทำงานที่รัฐบาลแต่งตั้งขึ้นเพื่อควบคุมดูแลพระภิกษุของพม่า ได้ออกคำแถลงในสัปดาห์นี้ว่า คณะไม่เคยรับรองกลุ่มชาตินิยม และต่อต้านชาวมุสลิม มะบะธา

ในช่วงท้ายของเดือนรอมฎอนที่ผ่านมาเกิดเหตุกลุ่มหัวรุนแรงราว 200 คน ได้เข้าทำลายมุสยิด และทำให้ชายชาวมุสลิมได้รับบาดเจ็บ 1 คน ในภาคกลางของประเทศ หลังชายชาวมุสลิมกับสตรีชาวพุทธมีข้อถกเถียงกันเกี่ยวกับการก่อสร้างโรงเรียนศาสนาอิสลาม และเมื่อช่วงก่อนสิ้นสุดเดือนรอมฎอนไม่กี่วันมีชาวพุทธเกือบ 500 คน ได้บุกเข้าเข้าเผาทำลายมัสยิดในภาคเหนือ ซึ่งทั้ง 2 หลังกลุ่มดังกล่าวที่มีอิทธิพลเหนือการปกครองท้องถิ่น บังคับให้ส่วนราชการท้องถิ่นออกคำสั่งให้ชาวมุสลิมรื้อถืนมัสยิด หากไม่รื้อกลุ่มดังกล่าวจะเข้ามารื้อเอง จนทำให้ชาวมุสลิมในพื้นที่ต้องหลบหนีออกจากที่อยู่อาศัยด้วยวิตกว่าความรุนแรงจะขยายวงกว้างมากขึ้น

ความคิดเห็น

comments