Headlines

พม่าเตรียมเนรเทศ 2 พ่อลูกปากีสถาน สอนอิสลามโดยไม่ได้รับอนุญาต

พม่าเตรียมส่งกลับชายชาวปากีสถาน 2 พ่อลูก หลังได้เข้าเยียมชมมุสลิมในกรุงย่างกุ้ง เมืองหลวงทางเศรษฐกิจของพม่า และสอนศาสนาอิสลามโดยไม่ได้รับอนุญาต

สำนักข่าว AA รายงานว่า เจ้าหน้าที่พม่าได้จับกุมชายชาวปากีสถาน 2 คน หลังจากพวกเขาได้เข้าไปสอนศาสนาอิสลามในมัสยิดในกรุงย่างกุ้งโดยไม่ได้รับอนุญาต

การกักบริเวณชายชาวปากีสถานทั้งสอง มีขึ้นท่ามกลางอุปสรรคที่มีผู้ชุมนุมจำนวนมาก ท่ามกลางความกังวลหลังจากเดือนที่ผ่านมามีมัสยิดอย่างน้อย 2 แห่งถูกโจมตีในช่วงท้ายของรอมฎอน

ผู้ชุมนุมได้มารวมตัวหลังการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ในวันอาทิตย์(31 กรกฎาคม) โดยชี้ว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่เป็นการกดขี่ของสิทธิในการดำเนินการตามหลักคำสอนศาสนา

เจ้าหน้าที่ตำรวจย่างกุ้งบอกสำนัก Anadolu ในวันอาทิตย์(31)ว่านาย Amed Zulfiqar 63 และลูกชาย 29 ปีของเขาถูกจับกุมหลังจากที่เข้าเดินทางเข้ามาในกรุงย่างกุ้งเมื่อวันที่ 26 กรกฏาคมและให้ความรู้ทางศาสนาใน Panbetan, Kyauktada และ Mingala Taungnyunt โดยไม่ได้รับอนุญาต จากเจ้าหน้าที่

“พวกเขาเข้าไปในประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยวและไม่ได้รับอนุญาตที่จะให้สอนศาสนาภายใต้กฎระเบียบและข้อบังคับวีซ่า” เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ไม่เปิดเผยชื่อบอก

“พวกเขาถูกกักตัวไว้วันเสาร์ที่สถานีตำรวจในเขตเมืองสำหรับการสอบสวน”

ทั้งคู่อาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ หากพบว่ามีความผิดฐานละเมิดกฎหมายการเข้าเมือง แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่าส่วนใหญ่จะถูกเนรเทศท้นทีหลังจากการเจรจากับสถานทูตปากีสถานเสร็จสมบูรณ์แล้ว

อย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่มุสลิมกล่าวถึงชาวปากีสถานทั้งสองคนว่า หนึ่งในนั้นคือ “Saya Gyi” เป็นนักวิชาการด้านศาสนาจริง และเขาได้เข้าเยี่ยมชมมัสยิดในย่างกุ้ง แต่ไม่ได้ทำอะไรผิด

“พวกเขาเป็นชาวมุสลิม ดังนั้นพวกเขาเข้ามัสยิด พวกเขาละหมาดร่วมกับชาวมุสลิม และได้ให้ความรู้ด้านศาสนาหลังจากที่มีผู้ร้องขอ” Tin Maung เลขาธิการองค์กรกิจการศาสนาอิสลามของพม่ากล่าว

เขาเสริมว่ามีเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงวัฒนธรรมทางศาสนาได้ขอพวกเขาหยุดการเข้าไปในมัสยิด

“การสอนศาสนาเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย แต่การละหมาด และการพูดคุยเรื่องศาสนาในมัสยิด เป็นสิทธิของชาวมุสลิม” เขากล่าวเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็น “รูปแบบของการกดขี่”

จากผลการสำรวจล่าสุดของพม่าพบว่ามีชาวมุสลิมอยู่เพียงร้อยละ 2.3 โดยไม่นับรวมชาวโรฮิงญาอีกกว่าล้านคนในรัฐอารกัน หรือยะไข ทางตอวันตกเฉียงเหนือของพม่า

ความคิดเห็น

comments