คณะสืบสวนขององค์การสหประชาชาติ (UN) เสนอรายงานล่าสุดเมื่อวันศุกร์ (21 ตุลาคม) ระบุ กองทัพบาชาร์ อัล-อัสซาดใช้อาวุธเคมีโจมตีหมู่บ้านกอเมนาส (Qmenas) เมื่อ เดือนมีนาคม 2015
อย่างไรก็ตาม คณะสืบสวนยังไม่สามารถระบุได้ว่า การใช้อาวุธเคมีที่หมู่บ้านบินนิช (Binnish) จังหวัดอิดลิบในเดือนมีนาคม 2015 และที่หมู่บ้าน กาฟร์ ซิตา จังหวัดฮามา เมื่อเดือนเมษายน 2014 เป็นฝีมือของฝ่ายใด
รายงานชิ้นนี้ได้ถูกเสนอต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันศุกร์ (21)
เมื่อเดือนสิงหาคม กลไกสืบสวนร่วม (JIM) ซึ่งนำโดยสหประชาชาติได้เผยแพร่รายงานซึ่งระบุว่า กองทัพของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด ได้โจมตีพลเรือนด้วยอาวุธเคมีอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี 2014 และอีกครั้งในปี 2015 ขณะที่นักรบกลุ่มดาอิช มีการนำ “แก๊สมัสตาร์ด” มาใช้เป็นอาวุธด้วย
JIM ได้ตรวจสอบเหตุการณ์ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นการใช้อาวุธเคมีสังหารพลเรือนซีเรีย รวมทั้งสิ้น 9 กรณี โดยจนถึงขณะนี้สามารถยืนยันได้ว่า เป็นฝีมือกองทัพอัสซาด 3 กรณี และกลุ่มดาอิช 1 กรณี
รายงานฉบับที่ 4 ของ JIM ระบุว่า “มีข้อมูลเพียงพอ” ที่จะสรุปว่า โศกนาฏกรรมที่หมู่บ้านกอเมนาส “เกิดจากวัตถุซึ่งถูกทิ้งลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ของกองกำลังระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด โดยวัตถุนั้นได้ตกกระแทกพื้น และปลดปล่อยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อประชาชน”
จากอาการของเหยื่อที่ได้สัมผัสสารพิษดังกล่าว บ่งชี้ว่าน่าจะเป็น “ก๊าซคลอรีน”
อย่างไรก็ตาม ในกรณีของหมู่บ้าน กาฟร์ ซิตา คณะผู้สืบสวนยังไม่สามารถฟันธงได้ว่ากองทัพบาชาร์ทิ้งถังบรรจุสารพิษลงมาใส่ชุมชนใช่หรือไม่ เนื่องจาก “เศษวัตถุได้ถูกเคลื่อนย้ายออกไปหมดแล้ว”
คณะผู้สืบสวนเผยด้วยว่า มีการพบ “ถังซึ่งมีร่องรอยของก๊าซคลอรีน” ที่ในหมู่บ้านบินนิช “แต่ยังไม่สามารถเชื่อมโยงกับการโจมตีที่ใดที่หนึ่งได้”
สหประชาชาติได้ขยายเวลาในการสืบสวนของ JIM ออกไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม
ฝรั่งเศส อังกฤษ และ สหรัฐฯ ต่างเรียกร้องให้ใช้มาตรการคว่ำบาตรกับฝ่ายใดก็ตามที่ใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชนซีเรีย รวมถังรัฐบาลอัสซาดด้วย ทว่า ดามัสกัสนั้นได้รับการปกป้องจากพันธมิตรอย่างรัสเซีย ซึ่งแสดงท่าทีกังขาต่อผลการสอบสวนของ JIM และชี้ว่า หลักฐานที่พบไม่หนักแน่นพอที่จะใช้เป็นเหตุผลคว่ำบาตรรัฐบาลบาชาร์ได้
อัสซาด ยินยอมที่จะทำลายคลังอาวุธเคมีของรัฐบาล และรับปากว่า จะไม่นำอาวุธประเภทนี้มาใช้ในสงคราม นอกจากนี้ยังประกาศเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี (CWC) ในปี 2013 ตามแรงกดดันจากรัสเซีย แต่หลังจากนั้นก็ยังคงพบการใช้อาวุธเคมีโจมตีเพื่อสังหารหมู่ประชาชนชาวซีเรียมาอย่างต่อเนื่องโดยยังไม่ชัดเจนถึงที่มาของอาวุธเคมีที่ระบอบบาชาร์ นำมาใช้ หลังจากสต็อกอาวุธเคมีได้มีข่าวว่าถูกนำไปทำลายก่อนหน้านี้แล้ว
