ภาพถ่ายดาวเทียมยันบ้านโรฮิงญาถูกเผา โฆษกปธน.ท้าลงพื้นที่ แต่ทหารขวางเข้าพื้นที่

รัฐบาลของอองซานซูจี กำลังเผชิญต่อแรงกดดันจากต่างชาติเกี่ยวกับรายงานเมื่อไม่นานนี้ที่ว่า ทหารได้สังหาร ข่มขืน และเผาบ้านเรือนของชาวมุสลิมโรฮิงญาจากหลักฐานภาพถ่ายดาวเทียม ขณะที่โฆษกประธานาธิบดีพม่าท้านานาชาติลงพื้นที่ดูความจริง แต่ขณะที่ในพื้นที่จนถึงขณะนี้หน่วยงานช่วยเหลือของสหประชาชาติยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ให้ช่วยเหลือเหลือด้านมนุษยธรรมต่อชาวโรฮิงญาตามปกติได้

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ร่วมกับนักเคลื่อนไหว และกลุ่มช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ได้แสดงความวิตกกังวลถึงรายงานชิ้นใหม่เกี่ยวกับการข่มขืน และสังหารผู้คน ขณะที่ภาพถ่ายดาวเทียมที่ฮิวแมนไรท์วอชนำมาเผยแพร่ชี้ให้เห็นว่า มีหมู่บ้านอย่างน้อย 3 แห่ง ในรัฐยะไข่ ถูกเผาทำลาย

ด้านเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลพม่าได้ปฏิเสธรายงานการโจมตีเหล่านี้ และนายซอ เต โฆษกประธานาธิบดีกล่าวอ้างว่า ผู้แทนสหประชาชาติควรเดินทางไปเยือน และดูสถานการณ์จริงในพื้นที่

ยางฮี ลี ผู้แทนพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำพม่า กล่าวว่า การละเมิดอย่างร้ายแรงที่ประกอบด้วย การทารุณ การสังหาร การจับกุมตัวโดยพลการ และการทำลายมัสยิด และที่อยู่อาศัย เป็นภัยคุกคามประชาธิปไตยของประเทศ

“จากภาพกว้างๆ ดูเหมือนรัฐบาลจะไม่มีอิทธิพลใดๆ ต่อทหาร” คริส เลวา ผู้อำนวยการโครงการอาระกัน ที่เป็นกลุ่มช่วยเหลือที่มุ่งเน้นชาวโรฮิงญา กล่าว

รัฐธรรมนูญของพม่าที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้อำนาจ และอิสระแก่กองทัพมากจนไม่สามารถควบคุมได้

ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นนาน 3 สัปดาห์จากกองกำลังทหาร ที่อ้างเหตุกลุ่มที่มีไม้ มีด โดยส่วนมากเป็นอาวุธบุกโจมตีด่านตรวจที่มีอาวุธครบมือจนตำรวจ 9 รายเสียชีวิตเมื่อวันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมาในรัฐอาระกัน หรือยะไข่ ซึ่งเป็นที่อยู่ของชาวโรฮิงญามากกว่าล้านคน

แม้ชาวโรฮิงญาเหล่านี้จะอาศัยอยู่ในพม่ามาหลายชั่วอายุคน แต่ชาวโรฮิงญาถูกขัดขวางจากการเป็นพลเมืองของพม่า และนับตั้งแต่ความรุนแรงระหว่างชุมชนปะทุขึ้นในปี 2555 มีประชาชนมากกว่า 100,000 คน ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัยของตนเองไปพักในค่ายผู้พลัดถิ่นชั่วคราวที่มีตำรวจควบคุม บางคนพยายามที่จะหลบหนีทางเรือ แต่หลายคนจบเส้นทางการหลบหนีด้วยการกลายเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ หรือถูกจับตัวเรียกค่าไถ่

การปราบปรามของทหารในเวลานี้ได้ทำให้ประชาชนราว 15,000 คน ในพื้นที่รัฐยะไข่ ต้องหลบหนีออกจากบ้านในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และภาพถ่ายดาวเทียมจากฮิวแมนไรท์วอชยังเผยให้เห็นหมู่บ้านที่ถูกเผา และประชาชนรายงานว่า เสบียงอาหารกำลังร่อยหรอลงเรื่อยๆ ขณะอยู่ภายใต้การปิดล้อมโจมตี

สก็อต มาเซียล ทูตสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศพม่าสืบสวนในข้อกล่าวหาและอนุญาตให้หน่วยงานด้านมนุษยธรรมเข้าถึงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ

“เราได้รับรายงานการละเมิดที่ร้ายแรงมาก เราได้แสดงความวิตกต่อเจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลและเรียกร้องให้รัฐบาลมีความโปร่งใส ดำเนินการตามกฎหมาย และเคารพสิทธิมนุษยชนของประชาชนทุกคนในการตอบสนองต่อเหตุโจมตี และรายงานการละเมิดที่มีขึ้นหลังจากนั้น” โฆษกสถานทูตสหรัฐฯ ในนครย่างกุ้ง กล่าว

หลายครอบครัวในรัฐยะไข่พึ่งพาความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั้งอาหาร และการดูแลสุขภาพ แต่ว่าการสนับสนุนดังกล่าวต้องยุติลงหลายสัปดาห์ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปในพื้นที่

ความคิดเห็น

comments