เมื่อวันอาทิตย์(4 ธันวาคม) นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ออกหนังสือด่วนที่สุด ถึงผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11, 12 และ 18 แจ้งเตือนเฝ้าระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ โดยเฉพาะลุ่มน้ำตาปี ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันออก ลุ่มน้ำชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และลุ่มน้ำปัตตานี ระหว่างวันที่ 2-4 ธ.ค.นี้ เนื่องจากมีกลุ่มเมฆฝนปกคลุมพื้นที่ ทำให้มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง วัดปริมาณน้ำฝนได้มากกว่า 150 มิลลิเมตร และเริ่มมีน้ำป่าไหลหลากในบางพื้นที่ อาจทำให้เกิดดินถล่มและดินไหลได้
โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง 10 จังหวัดภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ อ.กาญจนดิษฐ์ บ้านนาสาร พระแสง และ อ.พนม จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ อ.นบพิตำ ลานสกา ร่อนพิบูลย์ พิปูน เมืองนครศรีธรรมราช สิชล จังหวัดปัตตานี ได้แก่ อ.โคกโพธิ์ มายอ อ.สายบุรี จังหวัดนราธิวาส ได้แก่ อ.ศรีสาคร จะแนะ อ.สุคิริน จังหวัดกระบี่ ได้แก่ อ.เขาพนม อ.เมืองกระบี่ จังหวัดตรัง ได้แก่ อ.ห้วยยอด นาโย่ง ย่านตาขาว อ.ปะเหลียน จังหวัดสตูล ได้แก่ อ.ควนกาหลง มะนัง ทุ่งหว้า ควนโดน อ.ละงู จังหวัดสงขลา ได้แก่ อ.หาดใหญ่ สะดา สะบ้าย้อย จะนะ อ.รัตภูมิ จังหวัดพัทลุง ได้แก่ อ.ศรีบรรพต ศรีนครินทร์ กงหรา อ.ตะโหมด และจังหวัดยะลา ได้แก่ อ.ธารโต เบตง อ.บันนังสตา
นายฉัตรชัยสรุปภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยทางภาคใต้ว่า ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้มีจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย และน้ำป่าไหลหลากแล้ว 10 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส รวม 68 อำเภอ 386 ตำบล 2,446 หมู่บ้าน 157,580 ครัวเรือน 366,886 คน มียอดผู้เสียชีวิต 11 ราย ได้แก่ จ.สุราษฎร์ฯ 2 ราย, นครศรีธรรมราช 3 ราย, สงขลา 2 ราย, พัทลุง 2 ราย และปัตตานี 2 ราย มีผู้สูญหาย 2 ราย และบาดเจ็บ 2 รายใน จ.สุราษฎร์ฯ
“ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่อยู่ 8 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ฯ นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส รวม 64 อำเภอ 381ตำบล และ 2,432 หมู่บ้าน ที่ส่วนใหญ่เกิดฝนตกในพื้นที่จนทำให้เกิดน้ำท่วมขังและมีน้ำป่าไหลหลากบางส่วนด้วย” อธิบดี ปภ.กล่าว
