“ซูจี” วอนต่างชาติเข้าใจความซับซ้อนทางชาติพันธุ์

อองซานซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของพม่ากล่าวหาประชาคมระหว่างประเทศว่า โหมกระพือความรู้สึกขุ่นเคืองโกรธแค้นระหว่างชาวพุทธ และชาวมุสลิมในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ที่การปราบปรามของทหารได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 86 คน และอีกนับหมื่นชีวิตหลบหนีไปบังกลาเทศ

ซูจี ได้เรียกร้องขอความเข้าใจต่อความซับซ้อนทางชาติพันธุ์ของพม่า และกล่าวว่า โลกไม่ควรลืมว่าการปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไปเพื่อตอบโต้เหตุโจมตีกองกำลังรักษาความมั่นคงที่รัฐบาลได้กล่าวโทษว่าเป็นฝีมือของกลุ่มก่อความไม่สงบชาวมุสลิม

“เราจะรู้สึกยินดีอย่างมากหากประชาคมระหว่างประเทศจะช่วยเหลือเราในการรักษาไว้ซึ่งความสงบสุข และเสถียรภาพ และสร้างความก้าวหน้าในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นระหว่างสองชุมชน แทนการโหมกระพือความรู้สึกไม่พอใจให้ลุกลามบานปลาย” ซูจี กล่าวต่อสื่อของสิงคโปร์ เมื่อวันศุกร์ (2)

“มันไม่ได้ช่วยอะไรหากทุกคนมุ่งความสนใจไปแต่ด้านลบของสถานการณ์ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วมีการโจมตีด่านชายแดนตำรวจ” ซูจี กล่าว

ความรุนแรงในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของพม่าเป็นความท้าทายใหญ่หลวงต่อรัฐบาลของซูจี และนำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากต่างชาติถึงความพยายามในการแก้ปัญหาชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮิงญาของซูจี

ทหารได้ระดมกำลังลงพื้นที่ทางเหนือของรัฐยะไข่ ใกล้กับชายแดนบังกลาเทศ หลังเกิดเหตุโจมตีด่านชายแดนเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 9 นาย

รัฐบาล และทหารพม่าได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของชาวบ้าน และกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่ว่า ทหารได้ข่มขืนหญิงชาวโรฮิงญา เผาบ้านเรือน และฆ่าพลเรือนระหว่างปฏิบัติการ

ความเห็นของซูจีครั้งนี้มีขึ้นขณะที่คณะกรรมการที่นำโดย นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางลงพื้นที่รัฐยะไข่ ที่ชาวพุทธยะไข่ และชาวมุสลิมโรฮิงญาอาศัยอยู่ โดยที่กลุ่มชาวพุทธได้ออกมาประท้วงการลงพื้นที่ของอันนัน และประกาศจะไม่ให้ความร่วมมือหากคณะกรรมการชุดของอันนันยังใช้คำเรียกชาวมุสลิมโรฮิงญาว่า “โรฮิงญา”

ความคิดเห็น

comments