สื่อมวลชนสหรัฐฯอ้างเจ้าหน้าที่รายหนึ่งเปิดเผยว่ารัฐบาลของโอบามา ใช้ช่วงเวลาในชั่วโมงท้ายๆของการดำรงตำแหน่ง ขัดขืนเสียงต้านด้วยการอนุมัติปล่อยเงินแก่องค์การบริหารแห่งชาติปาเลสไตน์อย่างเงียบๆ 221 ล้านดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านี้ มันเคยถูกขัดขวางโดยพวกสมาชิกสภาคองเกรสจากรีพับลิกัน

สำนักข่าวเอพีอ้างคำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯรายหนึ่งและผู้ช่วยของสมาชิกสภาหลายคน บอกว่ารัฐบาลที่กำลังพ้นจากตำแหน่ง ได้แจ้งกับคองเกรสอย่างเป็นทางการในตอนเช้าวันศุกร์(20 มกราคม) ว่าจะปล่อยเงินจำนวนดังกล่าวแก่ปาเลสไตน์

ก่อนหน้านี้ จอห์น เคร์รี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แจ้งเรื่องนี้กับส.ส.บางส่วน ก่อนที่เขาจะออกจากกระทรวงการต่างประเทศเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อวันพฤหัสบดี(19)

ผู้ช่วยของสมาชิกสภาหลายคนเล่าว่าหนังสือแจ้งอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ลงนามในวันที่ 20 มกราคม ถูกส่งมาถึงสภาคองเกรส เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อน โดนัลด์ ทรัมป์ เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่ง

นอกเหนือจากเงิน 221 ล้านดอลลาร์สำหรับปาเลสไตน์แล้ว รัฐบาลโอบามา ยังบอกกับคองเกรสในวันศุกร์(20) ว่าจะเดินหน้าอนุมัติเงินอีก 6 ล้านดอลลาร์ในการใช้จ่ายด้านกิจการต่างประเทศ ในนั้นรวมถึง 4 ล้านดอลลาร์สำหรับโครงการต่างๆด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ(climate change) และ 1.25 ล้านดอลลาร์ สำหรับองค์กรต่างๆของสหประชาชาติ

เบื้องต้นสภาคองเกรสเห็นชอบเงินสนับสนุนปาเลสไตน์ในงบประมาณปี 2015 และ 2016 แล้ว แต่มีส.ส.รีพับลิกัน 2 ราย ได้แก่ เอ็ด รอยซ์ จากแคลิฟอร์เนีย ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการกิจการต่างประเทศของสภาผู้แทนราษฏรและ คาย แกรนเจอร์ จากเทกซัส ดำรงตำแห่งคณะกรรมาธิการจัดสรรงบประมาณของสภาผู้แทนราษฏกร ดึงเรื่องนี้ไว้ หลังองค์การบริหารแห่งชาติปาเลสไตน์ เคลื่อนไหวหาทางเป็นสมาชิกภาพขององค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ซึ่งการดำเนินการของปาเลสไตน์ดังกล่าวสวนทางกับความต้องการของอิสราเอล

รัฐบาลโอบามาพยายามเดินหน้ากดดันมาระยะหนึ่งให้ปล่อยเงินแก่องค์การบริหารแห่งชาติปาเลสไตน์

ในหนังสือที่แจ้งต่อสภาคองเกรส บอกว่าเงินจากองค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐฯ จะถูกใช้สำหรับความช่วยเหนือด้านมนุษยธรรมในเวสต์แบงค์และฉนวนกาซา เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปการเมืองและความมั่นคง เช่นเดียวกับช่วยเตรียมการเพื่อธรรมาภิบาลและหลักนิติธรรมในรัฐปาเลสไตน์ในอนาคต

ความเคลื่อนไหวให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ปาเลสไตน์ดูเหมือนจะสร้างความโกรธแค้นแก่สมาชิกสภาคองเกรสบางส่วน เช่นเดียวกับทำเนียบขาวของทรัมป์ เนื่องจาก ทรัมป์ เคยประกาศสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งต่ออิสราเอลและได้เชิญ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล มาเยือนวอชิงตันในเดือนหน้าด้วย

ความคิดเห็น

comments

By admin