การเลือกตั้งเนเธอร์แลนด์ที่ถูกจัดขึ้นเมื่อวันพุธ (15 มีนาคม) ได้ออกมาอย่างเป็นทางการเบื้องต้นหลังนับคะแนนไปแล้วกว่าร้อยละ 93 โดยยืนยันว่าพรรครัฐบาลกลางขวา พรรคโปรธุรกิจและกลุ่มทุน VVD มีแนวโน้มที่จะได้ที่นั่งสูงที่สุด 33 ที่นั่งในบรรดา 28 พรรคที่เข้าลงชิงศึกเลือกตั้งรัฐสภาเนเธอร์แลนด์ จากทั้งหมด 150 ที่นั่งในสภาล่าง

รายงานล่าสุดถึงผลการเลือกตั้งดัตช์ พบว่าพรรครัฐบาลเนเธอร์แลนด์ได้ไปทั้งหมด 33 ที่นั่ง เป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งรัฐสภาเนเธอร์แลนด์ปีนี้ โดยพบว่า พรรค VVD ของผู้นำดัตช์ได้ที่นั่งน้อยกว่าการเลือกตั้งปี 2012 ไป 8 ที่นั่ง

ในขณะที่พรคคขวาจัดดัตช์นำมาอันดับ 2 อยู่มี่ 20 ที่นั่งมากกว่า 5 ที่นั่งในการเลือกตั้งในครั้งที่ผ่านมา

ขณะที่พรรคคริสเตียนเดโมแครต และพรรคกลางดัตช์ D66 ได้ผลการเลือกตั้งออกมาอยู่ที่ 19 ที่นั่งเท่ากับผลการเลือกตั้งเบื้องต้นที่ถูกประกาศออกมาก่อนหน้านี้

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นวันพฤหัสบดี(16) รายงานผลการเลือกตั้งเบื้องต้นว่า พรรค VVD คาดว่าจะชนะ 31 ที่นั่งจากทั้งหมด 150 ที่นั่งในสภาล่างเนเธอร์แลนด์

ซึ่งในเวลานั้น ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นยังชี้ว่า มี 3 พรรคที่คาดว่าน่าจะได้ 19 ที่นั่งเท่ากันในสภาผู้แทนราษฎรเนเธอร์แลนด์ ได้แก่พรรคชาตินิยมเนเธอร์แลนด์ ฟรีดอม PVV ของเกรด วิลเดอร์ส (Geert Wilders) พรรคคริสเตียนเดโมแครต และพรรคกลางดัตช์ D66

ขณะที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั่วไปรัฐสภาดัตช์ในปีนี้สูงเป็นประวัติการณ์ ถึง 81% ในรอบ 30 ปี ซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเหตุคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งมากในปีนี้อาจเป็นผลบวกให้กับพรรคกระแสลิเบอรัล และพรรคสนับสนุนยุโรป

โดยในแถลงการณ์ของรักษาการนายกรัฐมนตรีมาร์ก รุตเทอ (Mark Rutte) กล่าวว่า “วันนี้ถือได้ว่าเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองประชาธิปไตยดัตช์ของพวกเรา” และกล่าวต่อว่า “เนเธอร์แลนด์ได้ตอบปฏิเสธต่อพวกประชานิยมผิดทาง”

ซึ่งในการให้สัมภาษณ์ของรุตเธอกับเอ็นพีโอ เรดิโอวัน (NPO Radio 1) ของเนเธอร์แลนด์ รักษาการนายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ระบุว่า “ถึงแม้ว่าทางพรรคจะเสียไปถึง 8 ที่ แต่ทางเรามีความภาคภูมิใจที่สามารถกลับมาเป็นพรรคใหญ่ได้อีกครั้ง”

และถึงแม้ว่าพรรครัฐบาลของเขาจะได้สูญเสียที่นั่งจำนวนหนึ่งไปตั้งแต่การเลือกตั้งรอบที่แล้ว แต่หลายฝ่ายเชื่อก่อนหน้านี้ว่า ทางพรรคอาจต้องเสียมากขึ้นให้กับพรรคขวาจัดของ วิลเดอร์ส

ทั้งนี้มีผู้คนจำนวนมากต่างจับจ้องการเลือกตั้งดัตช์ครั้งนี้ เพื่อดูกระแสพรรคประชานิยมที่เดินนโยบายคลั่งชาติ ต้านผู้อพยพจะสามารถแทรกซึมการเลือกตั้งอื่นในยุโรปได้อย่างไร ซึ่งพบว่าในเดือนหน้าที่จะถึงนี้ประชาชนชาวฝรั่งเศสต้องออกไปใช้สิทธิในการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรก เหมือนเช่นเดียวกันกับชาวเยอรมันที่ต้องกลับเข้าคูหาการเลือกตั้งในเดือนกันยายนช่วงกลางปีนี้

พบว่านายกรัฐมนตรีเยอรมัน อังเกลา แมร์เคิล ได้โทรศัพท์ติดต่อกับรุตเธอเพื่อแสดงความยินดี ส่วนนายกรัฐมนตรีลักเซมเบอร์ก เซเวียร์ เบ็ตเตล (Xavier Bettel) ได้แสดงความยินดีผ่านทางทวิตเตอร์ บีบีซีรายงาน

ด้านมาร์ติน ชูลซ์ (Martin Schulz) ประธานรัฐสภายุโรปที่มีวาระสิ้นสุดเมื่อต้นปีนี้ได้ออกมาให้ความเห็นถึงชัยชนะของรุตเทอว่า “เขารู้สึกโล่งอกที่พรรคของ วิลเดอร์สเป็นฝ่ายปราชัย” และในแถลงการณ์ผ่านทางทวิตเตอร์ในภาษาเยอรมันยังกล่าวต่อว่า “เราจะยังคงต่อสู้เพื่อยุโปที่เปิดกว้างและเสรี”

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของวิลเดอร์ส ได้ประกาศเตือนว่า “นายกรัฐมนตรีรุตเทอยังไม่เห็นสุดท้ายของผม” โดยก่อนหน้านั้นหัวหน้าพรรคฟรีดอม PVV ได้ประกาศกร้าวว่า ขบวนการปฏิวัติรักชาติจะยังเดินหน้าเพื่อเข้ามาแทนที่ และยักษ์จินนีจะไม่ยอมกลับเข้าในขวด

แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าพรรครัฐบาลดัตช์ VVD จะยังคงต้องจับมือกับพรรคอื่นๆเพื่อร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลผสมเพื่อให้เลยสัดส่วน 76 ที่นั่งในการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนถัดไป ซึ่งถึงแม้ว่าทางรุตเธอจะปฏิเสธที่จะยอมจับมือกับพรรคฟรีดอม PVV แต่เชื่อว่าทางรุตเธอน่าจะยินดีร่วมกับพรรคคริสเตียนเดโมแครต CDA และพรรคกลางดัตช์ D66 ซึ่ง 2 พรรคนี้สนับสนุนอียูเช่นเดียวกัน

โดยทางพรรค CDA แถลงว่า ทางพรรครู้สึกยินดีกับคะแนนที่ได้รับ และจะเดินหน้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมเนเธอร์แลนด์ ในขณะที่พรรคของ วิลเดอร์ส อาจต้องพยายามมากกว่าในการต้องค้นหาพรรคอื่นๆร่วมอุดมการณ์อีกไม่ต่ำกว่า 3 พรรคเพื่อจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรครัฐบาลดัตช์ VVD ในขณะนี้

แต่อย่างไรก็ตาม เป็นที่เชื่อว่า พรรคเล็กๆอาจถูกมองเป็นตัวแปรในศึกชิงอำนาจแดนกังหันสีส้ม

ขณะที่เอ็กซิตโพลชี้ว่า พรรคกรีน-เลฟ(Green-Left) นั้นทำคะแนนได้ดีพอสมควรในการเลือกตั้งรัฐสภารอบนี้ คาดว่าอาจได้รับส่วนแบ่ง 16 ที่นั่งเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งในครั้งก่อนหน้าที่ได้ไปเพียง 4 ที่นั่งเท่านั้น

ส่วนพรรคโซเชียลลิสต์ ปาร์ตี (Socialist Party) เชื่อว่าจะได้ไป 14 ที่ ส่วนพรรคพันธมิตรของพรควิลเดอร์ส พรรคแรงงานดัตช์ (Labour Party) ทำผลงานยอดแย่จากแต่เดิม 38 ที่นั่ง ไปอยู่ที่ 9 ที่นั่งล่าสุด ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ชี้ว่า เป็นการลงโทษจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากการที่แต่เดิมพรรคแรงงานดัตช์ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาลสมัยล่าสุด แต่กลับร่วมผ่านมาตรการรัดเข็มขัด

โดยหัวหน้าพรรคแรงงานดัตช์ Lodewijk Asscher แสดงความผิดหวังในจำนวนที่นั่งที่พรรคของเขาได้รับ โดยกล่าวว่า “คืนนี้ถือเป็นคืนเริ่มต้นที่จะสร้างพรรคอีกครั้ง”

ความคิดเห็น

comments

By admin