เมื่อความจริงถูกเผยคนร้ายเมาเหล้า เสพยาเสพติด ก่อเหตุแย่งปืนทหารและถูกยิงเสียชีวิตที่สนามบินออร์ลีตามการรายงานของแหล่งข่าวด้านยุติธรรมฝรั่งเศสที่เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ (19 มีนาคม) หลังชายคนดังกล่าวถูกทหารฝรั่งเศสวิสามัญขณะจับทหารหญิงเป็นตัวประกันและพยายามแย่งปืนกลกึ่งอัตโนมัติของเจ้าหน้าที่ โดยสื่ออ้างว่าคนร้ายลงมือเพื่อถวายชีวิตแด่อัลลอฮฺ และจะต้องมีคนตายจำนวนมาก
พนักงานสอบสวนยังอยู่ระหว่างสืบหาแรงจูงใจที่ทำให้ สอิ๊ด บิน บินกอเซ็ม วัย 39 ปี ลงมือก่อเหตุวุ่นวายเมื่อวันเสาร์ (18) ซึ่งทำให้ปารีสต้องตื่นตระหนกกับภัยความมั่นคงอีกครั้ง และสนามบินใหญ่อันดับ 2 ของเมืองหลวงต้องถูกสั่งปิดชั่วคราว
“จากการตรวจสอบด้านพิษวิทยาเมื่อวันอาทิตย์ (19) พบระดับแอลกอฮอล์ 0.93 กรัมต่อลิตรในเลือดของเขา รวมถึงร่องรอยของกัญชาและโคเคนด้วย” แหล่งข่าวระบุ
บิดาของเขายืนยันเมื่อวันอาทิตย์ (19) ว่า ลูกชายซึ่งเคยติดคุกในคดียาเสพติดและปล้นชิงทรัพย์ “ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย” และทำไปก็เพราะความมึนเมาเท่านั้น
สอิ๊ดเกิดในฝรั่งเศส โดยบิดามารดาเป็นผู้อพยพชาวตูนิเซีย
เมื่อเช้าวันเสาร์ (18) เขาได้เดินตรงเข้าไปล็อกตัวทหารหญิงที่กำลังเดินตรวจตราความสงบเรียบร้อยภายในอาคารผู้โดยสารฝั่งใต้ของสนามบินออร์ลี โดยใช้ปืนอัดลมจี้ศีรษะทหารหญิงเพื่อขู่เอาปืนไรเฟิลจากเธอ และพูดว่าต้องการจะตาย “เพื่ออัลลอฮฺ” ก่อนจะถูกทหารอีก 2 นายยิงเสียชีวิต
หลายชั่วโมงก่อนก่อเหตุ เขาได้ใช้ปืนอัดลมยิงตำรวจนายหนึ่งบาดเจ็บ ตอนถูกเรียกให้จอดรถที่ด่านตรวจทางตอนเหนือของปารีส
“ลูกชายผมไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย เขาไม่เคยละหมาด และชอบดื่มเหล้า” บิดาของสอิ๊ดให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ Europe 1
พนักงานสอบสวนฝรั่งเศสยังอยู่ระหว่างตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของคนร้าย
เหตุการณ์นี้ยังทำให้ภัยความมั่นคงกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง ก่อนที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีทั้ง 2 รอบจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 23 เมษายน และ 7 พฤษภาคม
ตำรวจได้ปล่อยตัวพี่ชายและลูกพี่ลูกน้องของเขาแล้วเมื่อวันอาทิตย์ (19) หลังจากเข้าให้ปากคำพร้อมกับบิดาของคนร้าย โดยบุคคลทั้งสามเป็นฝ่ายติดต่อขอเข้าให้การกับตำรวจเอง
หลังจากดื่มเหล้าในบาร์แห่งหนึ่งกับลูกพี่ลูกน้องเมื่อคืนวันศุกร์ (17) เขาได้ขับรถซิ่งจนถูกตำรวจเรียกให้จอดที่ย่านการ์เกส เลส์ โกแนสส์ ทางตอนเหนือของปารีส ซึ่งเป็นย่านที่เขาอาศัยอยู่ ก่อนเวลา 07.00 น. เพียงเล็กน้อย
เขาชักปืนอัดลมออกมายิงใส่ตำรวจนายหนึ่งจนบาดเจ็บ จากนั้นก็โทร.ติดต่อญาติ และบอกว่า “ผมทำอะไรโง่ๆ ลงไปแล้ว”
สอิ๊ดย้อนกลับไปที่บาร์แห่งเดิมอีกครั้งและชักปืนออกมากราดยิง จากนั้นก็ขโมยรถยนต์คันหนึ่งขับออกไปที่สนามบินออร์ลี
ตำรวจพบพระคัมภีร์อัลกุรอาน เงินสด 750 ยูโร กระป๋องน้ำมัน บุหรี่ และไฟแช็กอยู่ในตัวเขา และเมื่อเข้าตรวจค้นภายในบ้านของเขาก็พบโคเคนหลายกรัม มีดสปาร์ตา กับเงินต่างประเทศอีกจำนวนหนึ่ง
เมื่อปี 2015 ตำรวจฝรั่งเศสได้สอบปากคำสอิ๊ด เพราะสงสัยว่าเขาอาจจะถูกบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่งขณะถูกจำคุก ทว่าชื่อของเขาก็ไม่เคยปรากฏอยู่ในลิสต์บุคคลอันตราย
เหตุระทึกครั้งนี้ทำให้สนามบินออร์ลีถูกสั่งปิดนานหลายชั่วโมง ก่อนจะให้บริการได้ตามปกติในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ (19)
