ตำรวจ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส รวบผู้ต้องหาถล่มโรงพักระแงะได้ 1 ใน 7 ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 5 คน คาดที่เหลืออีก 6 ล่าสุดแผ่นดิน
จากกรณีที่โจรใต้จำนวน 7 คน ใช้อาวุธสงครามครบมือ ซิ่งรถกระบะถล่มโรงพัก สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายนาย เหตุเกิดวันที่ 30 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ สภ.ระแงะ ได้แกะรอยคนร้ายกลุ่มนี้ที่พยายามหลบหนีไปแอบซ่อนตัวอยู่ตามบ้านเครือญาติในหลายพื้นที่จนพบว่า 1 ใน 7 คนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุดังกล่าว ได้กลับมาแอบกบด่านอยู่ในพื้นที่บ้านตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส จึงสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารใช้กฎอัยการศึก และ พ.ร.ก.ฉุกเฉินนำกำลังเข้าปิดล้อมขณะที่ผู้ต้องกำลังเล่นฟุตบอลร่วมกับชาวบ้านอยู่กลางสนามฟุตบอลหน้าองค์การบริหารส่วนตำบลตันหยงลิมอ อ.ระแงะ พร้อมนำตัวไปสอบสวนขยายผลยัง สภ.ระแงะ
เนื่องจากมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดพบว่า นายอัมรัน สมะแอ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79 ม.1 บ้านดามาบูเวาะ ต.ตันหยงลืมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาสเป็นผู้ต้องหาที่ศาลจังหวัดนราธิวาส ได้ออกหมายจับตกเป็นผู้ต้องหาในคดีดังกล่าว
โดยในเบื้องต้นผลการสอบสวนนายอัมรัน สมะแอ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกขั้นตอนว่าเป็นคนที่ทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซุปเปอร์คับ สี ฟ้า ดูลาดเลา และดูต้นทาง พร้อมรายงานความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ระแงะ ให้ชุดคนร้ายอีก 1 ชุด ที่ทำหน้าที่ยิงถล่มขับรถยนต์กระบะโตโยต้าสีบรอนทองพร้อมพวกรวม 6 คน และอาวุธสงครามครบมือตามหลังมา โดยมีนายอาบูหรือ นายสือดี ปูเต๊ะ เป็นคนสั่งการทั้งหมด โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกพฤติกรรมของนายอัมรัน สมะแอ เป็นหลักฐานทุกขั้นตอน
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น.วันพุธ (10 พฤษภาคม) พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัต ผบก.ภวจ.นราธิวาส ได้เดินทางไปเยี่ยมและพูดคุยเพิ่มเติมพร้อมสอบถามถึงรายละเอียดบางอย่างก่อนที่จะสรุปสำนวนส่งฟ้องศาลจังหวัดนราธิวาสในวันพรุ้งนี้
พบว่า นายอัมรัน สมะแอ ผู้ต้องหายังให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมว่า การกระทำในครั้งนี้ตนถูกนายอาบู หรือนายสือดี ปูเต๊ะ เป็นคนชักชวนและสั่งการให้ตนกระทำการดังกล่าว เนื่องจากเกรงกลัวต่อนายสือดี และตลอดระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่าน นายสือดีพยายามใช้ตนให้ส่งข้าวปลาอาหารแห้งอยู่บ่อยครั้ง
โดยในวันเกิดเหตุ (30 มีนาคม 2560) นายสือดี ได้สั่งการให้ตนขี่รถจักรยานยนต์ไปดูลาดเลาและดูต้นทางพร้อมรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังเคารพธงชาติอยู่ที่บริเวณหน้า สภ.ระแงะนั้น อยู่อย่างไร โดยให้ใช้โทรศัพท์มือถือรายงานอย่างต่อเนื่องในขณะที่กองกำลังของนายสือดีพร้อมพวกอีก 6 คน ใช้รถยนต์กระบะและมีอาวุธสงครามครบมือขับตามหลังนายอัมรัน และเพื่อให้รถยนต์ชุดยิงขับมาถึงที่บริเวณหน้า สภ.ระแงะ เป็นอันว่า นายอัมรัน หมดหน้าที่
โดยการกระทำในครั้งนี้นายอัมรัน ยอมรับว่าเป็นการกระทำครั้งแรก และไม่มีค่าตอบแทนใดๆจากนายสือดี ผู้สั่งการ ส่วนหลังการพูดคุยระหว่างนายอัมรันกับ พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัต ผบก.ภวจ.นราธิวาส แล้ว นายอัมรัน ยอมรับว่าที่ทำลงไปเพราะความกลัวต่อนายสือดี
และกล่าวด้วยน้ำตาว่า ตนรู้สึกผิดที่ต้องมาตกเป็นผู้ต้องหาเพียงผู้เดียว ทั้งที่ผู้สั่งการกลับไม่ต้องมารับโทษ ทั้งที่ตนยังเป็นเด็กพ่อเคยถูกยิง ครอบครัวมีพี่น้อง 7 คน ตนเป็นคนสุดท้องและครอบครัวมีฐานะยากจนมีเพียงยางพารา 2 ไร่ ฐานะการเงินในครอบครัวไม่ดี แต่ไม่รู้จะไปทำงานที่ไหนเนื่องจากเรียนที่สถาบันปอเนาะและไม่มีการศึกษาในระดับสามัญ
พร้อมเตือนเพื่อนๆอย่าตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนไม่ดีเหมือนตนที่ถูกหลอกมาใช้งานอย่างผิดๆ เนื่องจากสังคมเต็มไปด้วยสิ่งที่ไม่ดี และหลังจากพ้นโทษในครั้งนี้แล้ว จะขอไปทำงานที่อื่นเพื่อไม่ต้องมาคลุกอยู่กับสังคมแบบเดิมๆ อีก และรู้สึกดีใจด้วยที่มาถูกจับในครั้งนี้ เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะถลำลึกไปมากกว่านี้ และอาจจะถูกยิงตายวันไหนก็ไม่อาจจะรู้ได้
จากนั้น พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัต ได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับนายอัมรัน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในระหว่างถูกดำเนินคดีในเรือนจำ พร้อมรับปากจะดูแลนายอัมรัน ให้ดี และหากมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจ หรือไม่ได้รับความสะดวกในขณะที่อยู่ในเรือนจำ ก็สามารถแจ้งมาขอความช่วยเหลือได้ตลอดเวลา
ส่วนความคืบหน้าในคดีดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ชุดสายสืบ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส ได้รวบรวมหลักฐานส่งศาลจังหวัดนราธิวาส สามารถออกหมายจับได้แล้ว จำนวน 5 คน จับได้ 1 คน ส่วนอีก 1 คน ยังอยู่ในระหว่างการรวบรวมหลักฐาน คาดว่าจะสามารถออกหมายจับได้ทั้ง 6 คน ในเร็วๆ นี้ ส่วนนายอาบู หรือนายสือดี ได้ร่วมกับนายอับดุลฮาดี นายยากี เวาะงอ ซึ่งทั้ง 3 คนนี้เป็นแกนนำระดับปฏิบัติการ ก่อเหตุยิงและวางระเบิดมาอย่างโชกโชน มีพื้นที่เคลื่อนไหวในพื้นที่ อ.ระแงะ เจาะไอร้อง และ อ.สุคิริน เป็นหลัก มีกำลังคนประมาณ 15-20 คน อาวุธสงคราม อาวุธปืนพกสั้นครบมือกันทุกคน
ภาพ/ข่าว ซาการียา ดอเลาะ



