Friday, 23/8/2019 | 9:34 UTC+7
i-News

แม่ทัพ 4 สั่งเยียวยาผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บเหตุบึ้มบิ๊กซีเต็มที่

รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผยจุฬาราชมนตรี ประณามเหตุบึ้มบิ๊กซีปัตตานี ชี้ละเมิดคำสอน เป็นบาปใหญ่ ขณะแม่ทัพภาค 4 เสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ สั่งเยียวยาเต็มที่ พร้อมให้ จนท.เร่งจับตัวคนร้าย ส่วนโครงการพาคนกลับบ้าน ยังคงดำเนินการต่อไป

วันศุกร์ (12 พฤษภาคม) พ.อ.ยุทธนาม เพชรม่วง รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า สำหรับเหตุระเบิดที่ห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาปัตตานี เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.อ.เกษม อยู่สุข หัวหน้าสำนักงานราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นผู้แทนพระองค์นำดอกไม้ และสิ่งของพระราชทาน รวมถึงพระราชทานความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้แก่ประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุดังกล่าว ณ โรงพยาบาลปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อเป็นขวัญ และกำลังใจ

ในวันเดียวกัน สำนักจุฬาราชมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ เรื่องขอประณามกรณีการวางระเบิดห้างบิ๊กซี จ.ปัตตานี จนเป็นเหตุให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับบาดเจ็บ โดยสำนักจุฬาราชมนตรี ได้แสดงความเสียใจต่อประชาชนผู้ได้รับบาดเจ็บ และขอประณามการกระทำอันเหี้ยมโหด และไร้มนุษยธรรม เป็นการกระทำที่ละเมิดต่อหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนาอย่างร้ายแรง และในทางศาสนาอิสลามถือเป็นบาปใหญ่ ที่พระผู้เป็นเจ้าจะลงโทษผู้ก่อเหตุก่อนสิ่งอื่นใดในวันพิพากษา ตามวจนะศาสดามุฮัมมัดว่า สิ่งแรกที่มนุษย์จะถูกพิพากษาในวันปรโลกคือ การละเมิดเลือดเนื้อและชีวิต

“จากกรณีดังกล่าว พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของ นายนุสน ขจรคำ ผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บในเหตุครั้งนี้ พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามมาตรการการเยียวยาอย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน และให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม และผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำความผิด ตลอดจนขยายผลสู่ผู้ปฏิบัติการร่วมในเหตุดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้ การกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเป็นการกระทำที่สร้างความเดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชน โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อพื้นที่ และไม่สนใจความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของเด็ก สตรี คนชรา รวมถึงประชาชนทุกศาสนิกชน โดยมุ่งหวังก่อเหตุรุนแรงเพื่อผลประโยชน์ และวัตถุประสงค์ของกลุ่มตนเพียงอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงว่าเด็ก และผู้หญิงจะจับจ่ายใช้สอยซื้อชุดนักเรียน และอุปกรณ์การศึกษา เพื่อเตรียมการเปิดภาคเรียนในเร็ววันนี้

สันติสุขอย่างแท้จริง ต้องเกิดจากพี่น้องประชาชนทุกคนร่วมมือร่วมใจกันออกมาต่อต้าน และประณามการใช้ความรุนแรงที่กระทำต่อผู้บริสุทธิ์อันเป็นการกระทำสุดโต่ง โหดเหี้ยม ไร้จิตสำนึก ดังนั้น ขอให้พี่น้องประชาชนทุกคนร่วมกันตรวจสอบ และสอดส่องสิ่งผิดปกติเพื่อเฝ้าระวังร่วมกันหากพบเห็นบุคคลยานพาหนะ หรือสิ่งผิดปกติใดกรุณาแจ้งที่หมายเลข 1341 ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ตลอด 24 ชั่วโมง หรือแจ้งที่หมายเลข 191” พ.อ.ยุทธนาม กล่าว

ส่วนกรณีที่มีผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านเข้าร่วมก่อเหตุวางระเบิดในครั้งนี้นั้น พ.อ.ยุทธนาม กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า กรณีของโครงการพาคนกลับบ้านนั้น ไม่เป็นการนำผู้หลงผิดมาฟอกตัวแต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่มีการติดตามพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดโอกาสให้เข้ามารายงานตัวต่อทางการ และหากบุคคลนั้นยังคงมีการดำเนินการ หรือเกี่ยวข้องต่อเหตุการณ์ ทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนบังคับใช้กฎหมายเพิ่มเติม โดยไม่มีการยกเว้น

ความคิดเห็น

comments

About