ชาวเน็ตพม่าเคือง เฟซบุ๊กบล็อก “Kalar” เหยียดหยามโรฮิงญา

ชาวเน็ตพม่าออกอาการเคือง หลังเฟซบุ๊กแบนคนที่โพสคำว่า “คาลาร์” (Kalar) คำในภาษาพม่าที่มักใช้เรียกเพื่อเหยีอดหยามชาวโรฮิงญาเพื่อโจมตีว่าเป็นผู้อพยพจากบังกลาเทศ

เฟซบุ๊กตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากทั่วโลกในการปราบปรามคำพูดที่แสดงความเกลียดชัง การข่มขู่คุกคามอย่างรุนแรง หรือข้อมูลที่มีเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิด บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ของตนเอง

ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กหลายสิบคนในพม่ารายงานว่าถูกห้ามใช้งานชั่วคราวเมื่อไม่นานนี้หลังโพสคำว่า “คาลาร์” (Kalar) คำที่มักใช้เรียกชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงญาในประเทศในลักษณะดูหมิ่น

นอกจากนั้น ยังมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กบางรายระบุว่า พวกเขาถูกบล็อกหลังเขียนคำอื่นๆ ที่รวมถึงคำที่ออกเสียงแบบเดียวกันในตัวอักษรพม่า

อ่อง กอง มัต ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กที่ประสบปัญหาระบุว่า เขาไม่สามารถกดไลค์ โพส หรือแชร์เนื้อหาบนเฟซบุ๊กนาน 24 ชั่วโมงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน เนื่องจากเรื่องราวที่เขาเขียนเกี่ยวกับการห้ามของเฟซบุ๊กที่เกิดขึ้นกับเพื่อนหลายคนของเขา

“นี่มันตลกสิ้นดี ผมกลายเป็นเหยื่อซะเองเพราะเขียนเรื่องที่ว่าเฟซบุ๊กกำลังลบโพสที่มีคำว่าคาลาร์ (Kalar)” อ่อง กอง มัต กล่าว

ยาซาร์ โซ-อู ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กอีกรายหนึ่งกล่าวว่า เขาถูกห้ามใช้งานเมื่อวันศุกร์ (26) หลังโพสเรื่องตลกเกี่ยวกับการกินซุปถั่วอินเดีย (kalar pal hin) ขณะนั่งอยู่บนเก้าอี้ (kalar htaing)

เฟซบุ๊กไม่ได้ตอบรับคำขอความเห็นในเรื่องนี้ ขณะที่โฆษกรัฐบาลพม่ากล่าวว่ารัฐบาลไม่ได้เรียกร้องให้เฟสบุ๊กดำเนินการดังกล่าว

คาลาร์ (Kalar) เป็นคำที่ใช้อ้างถึงชาวต่างชาติโดยทั่วไป แต่ส่วนใหญ่มักใช้อ้างถึงชาวอินเดียและอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมของชาวอินเดีย แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คาลาร์ (Kalar) กลายเป็นคำที่ถูกกลุ่มชาตินิยมใช้ในความหมายเพื่อเหยียดหยามชาวโรฮิงญา โดยสื่อว่าพวกโรฮิงญาเป็นผู้อพยพจากบังกลาเทศ

ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก 2 คน ตอบโต้การห้ามใช้คำว่าคาลาร์บนเฟซบุ๊กด้วยการจัดงานในชื่อว่า “We own Kala” เพื่อเป็นการประท้วง โดยมีประชาชนราว 1,400 คน ระบุว่าสนใจจะเข้าร่วมงานดังกล่าวที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันพุธ (31) ในนครย่างกุ้ง

ผู้จัดงานระบุว่า ไม่มีการดำเนินการใดๆ เกิดขึ้นกับบรรดาบัญชีเฟซบุ๊กปลอมที่แชร์คำพูดสร้างความเกลียดชัง แต่กลับเกิดขึ้นกับคำที่พวกเขาใช้กันอยู่ทุกวัน

“เรามีคำของเราเอง ที่พวกเราใช้กันมาหลายสิบหลายร้อยปี” ผู้จัดงาน กล่าว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในขณะที่มะบะธา กลุ่มชาตินิยมหัวรุนแรงที่เคลื่อนไหวต่อต้านชาวโรฮิงญา และศาสนาอิสลามถูกมหาเถรสมาคมพม่าสั่งแบน แต่กลุ่มดังกล่าวตอบโต้ด้วยการเปลี่ยนชื่อกลุ่มเป็น “Dhamma Wunthanu Rakhita” และเคลื่อนไหวต่อเนื่อง โดยยังไม่เห็นมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อจัดการกับความรุนแรงทางศาสนาที่เกิดขึ้นในประเทศ

ความคิดเห็น

comments