อัยการสหรัฐฯได้บอกกับคณะลูกขุนนิวยอร์คว่าอิหร่านได้เป็นเจ้าของอย่างผิดกฎหมายต่ออาคารสำนักงานในแมนฮัตตันที่อยู่ใกล้กับ Rockefeller Center มานานแล้ว ทนายความอิหร่านรับเป็นเจ้าของอาคารมากกว่า 1 แห่ง จ่ายเงินสนับสนุนให้โรงเรียน รวมทั้งมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯด้วย

อาหรับนิวส์รายงานว่า Martin Bell ผู้ช่วยอัยการสหรัฐฯ ได้กล่าวในระหว่างการแถลงการเปิดคดีในวันอังคาร(30 พฤษภาคม)ในคดีแพ่ง ที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ขอให้คณะลูกขุนตัดสินว่าอาคารสูง 36 ชั้นและทรัพย์สินอื่น ๆ ควรถูกยึดเป็นทัพย์สินของรัฐบาลสหรัฐฯ เนื่องจาก อิหร่านได้ลบเหลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรในการเข้าเป็นเจ้าของอาคารดังกล่าว

Bell กล่าวว่าอิหร่านได้ควบคุมอาคารดังกล่าวเป็นเวลาหลายปีแล้ว เขาบอกว่าอิหร่านได้ใช้องค์กรการกุศล และบริษัทที่จดทะเบียนขึ้นบังหน้า สำหรับเป็นช่องทางในการโอนเงินรายได้นับล้านผ่านธนาคารอิหร่าน

นิวยอร์กไทม์รายงานว่า องค์กรการกุศลดังกล่าวของอิหร่านจัดตั้งขึ้นส่งเสริมวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์เป็นเครื่องบังหน้า

ด้าน John Gleeson ทนายความขององค์กรการกุศลอิหร่านเรียกร้องให้คณะลูกขุนยกคำร้องของอัยการสหรัฐฯ โดยเขาบอกว่าการตั้งข้อหาของอัยการสหรัฐฯ ที่ระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวของเป็นการละเมิดกฎหมายคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 1995 เพราะรัฐบาลสหรัฐฯต้องการเงินที่ได้จากการยึดอาคาร และทรัพย์สินอื่นๆ เพื่อชดเชยความสูญเสียที่เกิดจากการก่อการร้ายที่เชื่อมโยงกับอิหร่านราว 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ รวมทั้งข้อเรียกร้องของผู้ที่ตกเป็นเหยือจากเหตุโจมตี 11 กันยายน 2001 ด้วย

ทนายความฝ่ายอีกหร่านบอกอีกว่าที่ผ่านมามูลนิธิ Alavi ได้ใช้เงินหลายล้านเหรียญในช่วงหลายทศวรรษเพื่อส่งเสริมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของอิหร่านในสหรัฐอเมริกา รวมทั้งให้เงินอุดหนุนสถาบัน Islamic Institute of New York และโรงเรียนมัธยมศึกษาใน Queens ซึ่งมีนักเรียน 300 คนจาก 30 ประเทศเข้าเรียน รวมทั้งการให้เงินสนับสนุนการศึกษาในโคลัมเบีย และมหาวิทยาลัย Harvard ด้วย

ทนายความของอิหร่านยังยอมรับอีกว่าอิหร่านถือครองทรัพย์สินในสหรัฐฯ ผ่านทางองค์กรการกุศล โดยมีอาคารที่ตั้งอยู่ใน Houston; Carmichael, California; Catharpin, Virginia; และ Rockville, Maryland ซึ่งมีมูลนิธิที่ก่อตั้งปี 1970 สมัยที่พระเจ้า Shah Mohammad Reza Pahlavi เป็นกษัตริย์ปกครองอิหร่าน ก่อนจะถูกโคมัยนียึดอำนาจในปี 1979 เป็นเจ้าของ ยังรวมถึงอาคาร Fifth Avenue ที่สร้างขึ้นในปี 1970 ที่เป็นเจ้าของโดยองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร โดยในปี 1989 มีมูลค่า 89 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีมูลเพิ่มสูงขึ้นมาโดยตลอด โดยเขาบอกว่าอาคารเหล่านี้ล้วนตกเป็นเป้าหมายของทางการสหรัฐฯ ที่จะเข้ายึด

ขณะที่ Martin Bell ผู้ช่วยอัยการสหรัฐฯ บอกว่าอิหร่านได้เขาถึงครองสิทธิในการเป็นเจ้าของอาคารดังกล่าวมานานหลายปีด้วยการจ่ายเงินในรูปแบบค่าเช่า ให้กับองค์กรที่ร่วมทุนระหว่างมูลนิธิ Alavi และบริษัทนอมินีของธนาคาร Bank Melli ของอิหร่าน

อัยการยังบอกอีกว่ามีกรรมการมูลนิธิ Alavi ยินยอมจะขึ้นเป็นพยานในคดี ที่จะอธิบายว่าอิหร่านเข้าครอบครององค์กรนี้อย่างไร

แฟ้มภาพ
https://www.youtube.com/watch?v=KzImU-8X2l8

ความคิดเห็น

comments

By admin