สหประชาชาติเปิดเผยวันนี้ (ศุกร์ 8 กันายน) ว่า มีผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาราว 270,000 คน ที่หนีตายจากการปราบปรามอย่างรุนแรงของทหารพม่าในรัฐยะไข่ ข้ามแดนเข้าไปในฝั่งบังกลาเทศในช่วงเวลาเพียง 14 วันที่ผ่านมาส่วนใหญ่เป็นเด็ก, สตรี และผู้อาวุโส

วิเวียน ตัน โฆษกหน่วยงานผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติระบุว่า ผู้ลี้ภัยราว 270,000 คน เดินทางถึงบังกลาเทศในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ลี้ภัยเหล่านี้ได้พักอยู่ในเพิงพักชั่วคราวที่ตั้งขึ้นตามถนนหรือพื้นที่ว่างที่พวกเขาสามารถหาได้

สหประชาชาติระบุว่า จำนวนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงข้ามคืนเป็นเพราะการประเมินที่ละเอียดมากขึ้นตามพื้นที่ต่างๆ ที่ไม่เคยมีการนับมาก่อน ส่งผลให้ตัวเลขเพิ่มขึ้นจากการประเมินเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 164,000 คน

ชาวโรฮิงญาถูกเลือกปฏิบัติในพม่าที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ และถูกปฏิเสธการเป็นพลเมืองของประเทศ

ค่ายผู้ลี้ภัยที่มีอยู่เดิมใกล้ชายแดนบังกลาเทศ-พม่า มีชาวโรฮิงญาอาศัยอยู่แล้วราว 300,000 คน ก่อนที่ความรุนแรงครั้งล่าสุดจะปะทุขึ้น และอัดแน่นพื้นที่อย่างสมบูรณ์แล้วในเวลานี้ ทำให้ผู้ลี้ภัยที่เดินทางมาใหม่อีกหลายหมื่นชีวิตไม่มีที่พักหลบภัยจากพายุฝน

ตัวเลขล่าสุดทำให้จำนวนผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาที่อยู่เดินทางมาบังกลาเทศตั้งแต่เกิดเหตุความรุนแรงในเดือนตุลาคม 2559 อยู่ที่ 357,000 คน

ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่ใช้เวลาเดินทางหลายวัน และสหประชาชาติระบุว่าหลายคนมีอาการเจ็บป่วย อ่อนล้า และจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด้านที่พัก อาหารและน้ำ

ความคิดเห็น

comments

By admin