ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนได้รับเลือกอย่างเป็นทางการให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เป็นสมัยสอง โดยที่ยังไร้เงาผู้สืบทอดอำนาจที่ชัดเจน นับว่าเป็นตำแหน่งสูงสุดที่มีอำนาจเด็ดขาดและจะได้บริหารประเทศต่อไป

ประธานาธิบดีสีนำสมาชิกชุดใหม่ในสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนปรากฏตัวหน้าจอโทรทัศน์ที่มหาศาลาประชาชนจีนในกรุงปักกิ่ง ภายหลังได้รับการคัดเลือกในการลงคะแนนแบบปิดจากสมาชิกพรรคจำนวน 204 คน

ประธานาธิบดีสีวัย 64 ปีได้นั่งเก้าอี้เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เป็นสมัยที่สองและมีระยะเวลาดำรงตำแหน่งนาน 5 ปี รวมทั้งได้รับเลือกอีกสมัยให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกลางกองทัพจีน และนายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียง วัย 62 ปียังคงดำรงตำแหน่งต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีวี่แววของบุคคลที่จะมาสืบทอดอำนาจจากประธานาธิบดีสีได้ เนื่องจากสมาชิกในคณะกรรมการพรรคซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกว้างขวางต่างมีอายุเกินกว่า 60 ปีขึ้นไป ซึ่งจะถือว่ามีอายุมากเกินไปเมื่อถึงวาระที่ต้องเลือกผู้นำพรรคคนใหม่ในการประชุมพรรคครั้งต่อไปในปี 2565

ประธานาธิบดีสีได้รับเลือกให้เข้าดำรงตำแหน่งคณะกรรมการพรรคเมื่อปี 2550 เมื่อครั้งอายุได้ 54 ปี โดยได้รับตำแหน่งเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์สืบต่อจากนายหู จิ่นเทา และดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจีนตั้งแต่ปี 2556

ส่วนคณะกรรมการโปลิตบูโรหรือคณะกรมการเมืองชุดใหม่จำนวน 25 คน ในจำนวนนี้ 14 คนเป็นพันธมิตรของประธานาธิบดีสี

โปลิตบูโรเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอำนาจสูงสุดเป็นอันดับสองในโครงสร้างพรรค สามารถขึ้นเป็นคณะกรรมการถาวรที่มีทั้งหมด 7 คนได้ระหว่างการดำรงตำแหน่ง 5 ปี

อย่างไรก็ดี คณะกรรมการถาวรชุดใหม่ที่มีการประกาศชื่อมีพันธมิตรของประธานาธิบดีสีเพียงคนเดียว คณะกรรมการถาวรมีอำนาจสูงสุดในพรรค โดยมีประธานาธิบดีเป็นประธานในตำแหน่งเลขาธิการ

อายุเฉลี่ยของโปลิตบูโรชุดนี้อยู่ที่ 62.48 ปี เทียบกับชุดเก่าเมื่อ 5 ปีก่อนที่มีอายุเฉลี่ยที่ 61.16 ปี มีกรรมการสตรีเพียงคนเดียว เทียบกับชุดเก่าที่มี 2 คน และไม่มีตัวแทนชนกลุ่มน้อย

นายหยาง เจี๋ยฉือ มนตรีแห่งรัฐ และรัฐมนตรีต่างประเทศได้รับเลือกจากคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ให้เป็นปูลิตบูโรเหนือความคาดหมาย และอาจได้เป็นหนึ่งในรองนายกรัฐมนตรี 4 คน

ความคิดเห็น

comments

By admin