ภาครัฐเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ขณะที่นายอำเภอกาบัง ระบุ ระดับน้ำในพื้นที่กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วหลังฝนหยุดตก

ความคืบหน้าสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.กาบัง จ.ยะลา ว่า ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดี (16 พฤศจิกายน) สภาพอากาศในพื้นที่ จ.ยะลา ไม่มีเมฆฝน ท้องฟ้าปลอดโปร่ง โดย นายมนูญ พรหมน้อย นายอำเภอกาบัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานที่ 47 เจ้าหน้าที่ทหารชุดทหารช่างเฉพาะกิจ กองทัพภาคที่ 3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ของอำเภอ ได้นำสิ่งของบรรเทาทุกข์ประมาณ 300 ชุด ไปช่วยเหลือประชาชน ซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัย ที่บ้านคลองน้ำใส บ้านคลองชิง ต.บาละ อ.กาบัง จ.ยะลา โดยพื้นที่บางส่วน ได้รับความเสียหาย โดยนายอำเภอกาบัง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประสานงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าสำรวจ และทำการซ่อมแซมถนนหนทาง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้สัญจรได้เป็นการชั่วคราว รวมทั้งประสานหน่วยงานทหารชุดทหารช่างเฉพาะกิจ กองทัพภาคที่ 3 นำรถตัก เครื่องจักรกล เข้าพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน โดยล่าสุดในพื้นที่ไม่มีน้ำท่วมขัง ระดับน้ำกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา

จากนั้นนายมนูญ พรหมน้อย นายอำเภอกาบัง ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 152/2 หมู่ 8 ต.บาละ อ.กาบัง ซึ่งเป็นบ้านของนางสิตีกอรีเยาะ หะยี อายุ 45 ปี หลังบ้านดังกล่าวถูกกระแสน้ำพัดพังเสียหายทั้งหลัง โดยนายอำเภอกาบัง ได้มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือในเบื้องต้น พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่เตรียมการช่วยเหลือเร่งซ่อมแซมบ้านดังกล่าว

นายมนูญ พรหมน้อย นายอำเภอกาบัง กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ประสบภัยของอำเภอกาบัง มี 2 ตำบล คือ ตำบลกาบัง และตำบลบาละ 17 หมู่บ้าน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อนรวม 300 ครัวเรือน ฝายได้รับความเสียหาย 11 แห่ง ถนน 40 สาย บ้านพังเสียหาย 1 หลัง และสาธารณูปโภคต่างๆ อีกหลายแห่ง รวมพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย 1,206 ไร่ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ในวันนี้ตนได้นำถุงยังชีพ มามอบช่วยเหลือให้กับชาวบ้านในพื้นที่ เบื้องต้นจำนวน 300 ถุง พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน รวมทั้งฝ่ายทหารช่าง ให้นำเครื่องจักรกล มาช่วยเหลือชาวบ้านโดยด่วน ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุดตั้งแต่ปี 2531 เป็นต้นมา

สำหรับการช่วยเหลือ นอกจากนำถุงยังชีพมาช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว ก็จะมีการสำรวจ ความเสียหายต่างๆ ซึ่งก็จะมีการดำเนินการช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนต่อไป ทั้งนี้ ตนเองได้ประสานไปยังกำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ให้สำรวจประชาชนที่อยู่ในจุดเสี่ยงให้มีแผนในการรับมือ หากเกิดน้ำไหลหลากเช่นนี้ในอนาคต รวมทั้งซักซ้อมแผนในการรับมือเหตุการณ์กับหน่วยงานต่างๆด้วย

ที่มา : สทท.ยะลา

ความคิดเห็น

comments

By admin