ผู้นำยิวเคืองสั่งปิดสถานทูตในกรุงอาซุนซีออน หลังรัฐบาลปารากวัยชุดใหม่ประกาศเมื่อวันพุธ (5 กันยายน) ย้ายสถานทูตประจำอิสราเอลจากกรุงเยรูซาเลมกลับไปยังกรุงเทลอาวีฟดังเดิม
นายกรัฐมนตรีแห่งชาติปารากวัย ลูอิซ อัลเบอร์โต คาสติกลิโอนี ประกาศว่าการตัดสินใจของอดีตประธานาธิบดี โฮราซิโอ คาร์เตส เป็นการตัดสินใจที่ไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล
อดีตประธานาธิบดี คาร์เตส เป็นนักการเมืองขวาจัดได้ออกคำสั่งให้ย้ายสถานทูตปารากวัยจากกรุงเทลอาวีฟไปยังเมืองเยรูซาเลมในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อแสดงการสนับสนุนจุดยืนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศยอมรับว่า “เยรุซาเลม” เป็นเมืองหลวงของรัฐยิว และพร้อมกันนั้นอดีตประธานาธิบดีคาร์เตสยังได้ไปร่วมพิธีเปิดที่ตั้งสถานทูตแห่งใหม่ด้วยตัวเอง
การย้ายสถานทูตเป็นหนึ่งในหลายสิ่งที่เขาได้กระทำก่อนที่ประธาธิบดีปารากวัยคนใหม่ มาริโอ อับโด เบนิเตซ จะเข้ามาบริหารประเทศในเดือนที่ผ่านมา
ทั้งนี้เบนิเตซซึ่งเป็นหลานของผู้อพยพชาวเลบานอนประกาศว่า เขาไม่เคยได้รับการปรึกษาหารือในการโยกย้ายสถานทูต
“ปารากวัยต้องการมอบความพยายามเป็นอย่างมากทางการทูตระดับภูมิภาคเพื่อให้บรรลุผลต่อเสรีภาพทียั่งยืน ความยุติธรรม อย่างกว้างขวางในตะวันออกกลาง” ประธานาธิบดีเบนิเตซแถลง
ในวันพุธ(5) รัฐมนตรีต่างประเทศปาเลสไตน์ Riyad al-Maliki ได้ออกมาระบุว่า เขาเป็นผู้ผลักดันประธานาธิบดีเบนิเตซให้ประกาศย้ายกลับไปยังกรุงเทลอาวีฟ
แต่ทว่าการประกาศดังกล่าวของปารากวัยสร้างความไม่พอใจให้กับนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอลเป็นอย่างมาก และได้ทำการตอบโต้ด้วยการ เรียกเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำปารากวัยกลับประเทศ พร้อมสั่งปิดสถานทูตอิสราเอลในกรุงอาซุนซีออน
คำสั่งปิดสถานทูตเกิดขึ้นทั้งที่ เอกอัครราชทูต ซึฟ ฮาเรล(Zeev Harel) ของอิสราเอลเพิ่งได้เข้าพบกับรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาปารากวัยเพื่อปรึกษาหารือความร่วมมือทางการศึกษา

