Saturday, 24/8/2019 | 4:02 UTC+7
i-News

“นิวซีแลนด์จะไม่แตกแยก” อิหม่ามมัสยิดอัลนูร์

อิหม่ามแห่งมัสยิดอัลนูร์ได้นำละหมาดยุมอัต ครั้งแรกในไครสต์เชิร์ช นับตั้งแต่เกิดเหตุผู้ก่อการร้ายกราดยิงในมัสยิดเมื่อวันศุกร์ที่(15 มีนาคม)ผ่านมา

การละหมาดวันศุกร์ที่จัดขึ้นที่ Hagley Park ตรงข้ามถนน และห่างประมาณ 100 เมตรจากมัสยิดที่ผู้ก่อการร้ายก่อเหตุสังหารคนละหมาด 50 คน

ประชาชนหลายหมื่นคนเข้าร่วมละหมาดยุมอัต ในการแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ 50 คนของการก่อการร้ายที่มัสยิดสองแห่งในนิวซีแลนด์เมื่อสัปดาห์ก่อน

อิหม่ามกม๊าล ฟูดาผู้รอดชีวิตจากการก่อการร้ายที่มัสยิดอัลนูร์ได้กล่าวต่อหน้าฝูงชนจำนวนมากในวันนี้ สายลมที่พัดโชยผ่านคำกล่าวคุตบะห์ของเขาในภูมิทัศน์สวนสาธารณะสีเขียว

“เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาผมยืนอยู่ในมัสยิดหลังนี้ และเห็นความเกลียดชัง และความโกรธในสายตาของผู้ก่อการร้ายที่ฆ่า และทรมานผู้บริสุทธิ์ 50 คนบาดเจ็บ 42 คน และทำให้หัวใจของคนนับล้านทั่วโลกแตกสลาย วันนี้จากที่เดียวกันผมมองออกไป และเห็นความรักและความเห็นอกเห็นใจ” อิหม่ามฟูดา กล่าว

“ผู้ก่อการร้ายพยายามที่จะฉีกพวกเราออกจากกันด้วยความชั่วร้าย แต่นิวซีแลนด์ก็ไม่สามารถแตกแยกได้”

อิหม่ามยังกล่าวเตือนว่า “อุดมการณ์ความชั่วร้ายของของกลุ่มคลั่งผิวขาว” เป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์ทั่วโลก

“Islamophobia ฆ่า, Islamophobia มีจริง, มันเป็นการเชิญชวนที่มีเป้าหมายเพื่อโน้มน้าวผู้คนให้ลดทอนความเป็นมนุษย์ และหวาดกลัวชาวมุสลิมอย่างไร้เหตุผล”

อิหม่ามยังได้เรียกร้องให้รัฐบาล และผู้นำทั่วโลกยุติความเกลียดชังด้วยคำพูด และการเมืองแห่งความกลัว

อิหม่ามฟูดา กล่าวว่าโลกควรมองไปที่นิวซีแลนด์เพื่อเป็นตัวอย่างของวิธีการตอบโต้กลุ่มหัวรุนแรงขวาจัด และการโจมตีของผู้ก่อการร้าย

“โลกสามารถเห็นตัวอย่างของความรัก และความสามัคคีในตัวเรา เราเจ็บ แต่ไม่แตกแยก เรายังมีชีวิตอยู่ เราอยู่ด้วยกัน เรามุ่งมั่นที่จะไม่ให้ใครมาแบ่งแยกเรา”

อิหม่ามยังได้กล่าวขอบคุณประชาชน, ตำรวจ และนายกรัฐมนตรี Jacinda Ardern ของนิวซีแลนด์

“ขอบคุณสำหรับน้ำตาของคุณ, ขอบคุณสำหรับดอกไม้ของคุณ, ขอบคุณสำหรับความรัก และความเมตตา, ถึงนายกรัฐมนตรีของเรา เราขอขอบคุณสำหรับการเป็นผู้นำของคุณ. มันเป็นบทเรียนสำหรับผู้นำของโลก ขอบคุณที่ให้เกียรติเราด้วยผ้าคลุมผมที่เรียบง่าย “อิหม่ามกล่าว

คำปราศัยของอิหม่ามเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงปรบมือตามธรรมชาติจากฝูงชนจำนวนมากที่มาร่วมละหมาด และชาวนิวซีแลนด์ที่ไม่ใช่มุสลิมจำนวนมากที่มายืนเป็นโลห์มนุษย์เพื่อคอยรักษาความปลอดภัย

‘การโจมตีทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น’
มุสตาฟา โบซตัสชายชาวตุรกีที่รอดชีวิตจากการก่อการร้ายกล่าวว่าการรวมตัวของผู้คนที่ร่วมละหมาดยุมอัตกำลังปลอบโยนเราหลังจากการโจมตีของผู้ก่อการร้าย


มุสตาฟา โบซตัสชายชาวตุรกีที่รอดชีวิตจากการก่อการร้าย

โบซตัสเข้าร่วมต้องนั่งรถเข็นมาร่วมละหมาด หลังจากเขาถูกผู้ก่อการร้ายยิงที่ขาขณะละหมาดที่มัสยิดอัลนูร์

“แม้ว่าผมจะเดินไม่ได้ผมก็ยังอยากที่จะมาละหมาดที่นี่” เขากล่าว

เขาบอกว่าเขารอดชีวิตจากการยิงหลังกระโดดออกจากหน้าต่างเพื่อหลบหนี ซี่โครงของเขามีเศษแก้วปักเข้าไป และมีปัญหากับการทำงานของตับด้วย

แต่ถึงกระนั้น “คุณต้องลุกขึ้นยืนอีกครั้ง และยังคงแข็งแกร่ง” โบซตัสกล่าว

เขาเชื่อว่าการโจมตีของผู้ก่อการร้ายทำให้ชุมชนมุสลิมแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม

‘ฉันทำเพื่อนของฉันหาย’
ชายที่นั่งอยู่ในรถเข็น และแต่งตัวในชุดโรงพยาบาล Taj Mohammed Kamran เดินทางมาร่วมละหมาดที่ Hagley Park


Taj Mohammed Kamran

Kamran ถูกผู้ก่อการร้ายยิงที่ขาที่มัสยิดอัลนูร์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และได้เข้าโรงพยาบาลไครสต์เชิร์ชตั้งแต่นั้นมา

เขายกย่องคำพูดของอิหม่ามว่าเป็น “ข้อความที่ดีมาก”

Kamran อาศัยอยู่ในไครสต์เชิร์ชมาเป็นเวลา 12 ปีนับตั้งแต่เดินทางมาจากอัฟกานิสถาน “ผมรักผู้คนในเมืองไครสต์เชิร์ช” เขากล่าว

เขาเล่าเหตุการณ์ในมัสยิดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาพยายามหลบหนีได้อย่างไร แต่ไม่สามารถหนีออกมาได้เพราะมีศพที่ขวางทางทางออกอยู่เพื่อนของเขาถูกยิง และถูกฆ่าตาย

Kamram ร้องไห้ขณะที่เขาถือรูปของเพื่อนสนิทของเขาชื่อ Matiullah Safi ผู้ถูกผู้ก่อการร้ายฆ่าตายในการโจมตี ซึ่งปกติแล้วทั้งคู่จะ “ไปใหนมาใหนด้วยกันทุกที่” Safi เป็น “เหมือนพี่ชาย”

“ฉันนอนไม่หลับและฉัน คิดถึงเพื่อน” Kamran กล่าว

ความคิดเห็น

comments

About