Thursday, 22/8/2019 | 2:28 UTC+7
i-News

เนทันยาฮูราดน้ำมันใส่กองไฟ ประกาศผนวกเวสต์แบงก์เป็นของยิว

เนทันยาฮูประกาศนโยบายโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง 3 วัน ลั่นผนวกดินแดนปาเลสไตน์ที่ยิวบุกเข้าไปสร้างบ้านอยู่ในเวสต์แบงก์ หากได้กลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง ขณะที่ปาเลสไตน์และฮามาสประสานเสียงประณามผู้นำยิวหัวรุนแรงในทันที

ในระหว่างให้สัมภาษณ์สถานี 12 นิวส์เมื่อวันเสาร์ (6 เมษายน) ช่วงโค้นสุดท้าย 3 วันก่อนการเลือกตั้ง นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันที่คะแนนนิยมตกต่ำ ตอบคำถามผู้สื่อหลังถูกถามว่า เหตุใดจึงไม่ขยายอธิปไตยของประเทศครอบคลุมเขตตั้งถิ่นฐานชาวยิวในเวสต์แบงก์แบบที่ทำในเยรูซาเลมตะวันออก และที่ราบสูงโกลัน ซึ่งล้วนเป็นพื้นที่ที่ยึดครองมาได้ในสงครามตะวันออกกลางปี 1967 ผู้นำอิสราเอลตอบชัดเจนว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่และจะประกาศผนวกดินแดนดังกล่าวหากตนได้บริหารประเทศต่ออีกสมัย

เนทันยาฮู ผู้นำกลุ่มยิวหัวรุนแรงที่ครอบงำการเมืองอิสราเอลมายาวนาน กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดทางการเมืองกับเบนนี แกนต์ซ อดีตนายทหารใหญ่แต่เป็นมือใหม่ทางการเมืองที่หาเสียงโดยชูการสร้างสันติภาพกับปาเลสไตน์ที่สวนทางกับแนวทางปัจจุบันของเนทันยาฮู

เนทันยาฮูโจมตีแกนต์ซว่า เป็นฝ่ายซ้ายที่อ่อนปวกเปียกและอาจทำให้ความมั่นคงของอิสราเอลตกอยู่ในอันตรายด้วยการยอมยกดินแดนให้ปาเลสไตน์

แต่ขณะเดียวกัน เนทันยาฮูยังต้องต่อสู้กับพรรคการเมืองขวาจัดที่สนับสนุนการผนวกเขตตั้งถิ่นฐานชาวยิว การประกาศทิ้งทวนครั้งนี้จึงมีแนวโน้มในการชิงคะแนนจากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงที่เป็นกลุ่มยิวหัวรุนแรงมาได้

ทางด้านผู้นำปาเลสไตน์ออกมาตอบโต้อย่างเดือดแค้นทันที โดยนายสอิ๊ด เอเรกัต หัวหน้าคณะเจรจาของปาเลสไตน์และผู้ช่วยคนสนิทของประธานาธิบดีมะห์มูด อับบาส ระบุว่า อิสราเอลจะยังคงละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้งตราบที่นานาชาติยังคงยกเว้นโทษประเทศนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้การสนับสนุน และรับรองของคณะบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์สำหรับการละเมิดของอิสราเอลต่ออธิปไตย และสิทธิมนุษยชนของชาวปาเลสไตน์

ซามี อบู ซูรี เจ้าหน้าที่ฮามาส เรียกร้องให้คณะปกครองปาเลสไตน์ของอับบาสที่ได้รับการสนับสนุนจากตะวันตก ระงับการร่วมมือด้านความมั่นคงกับอิสราเอลในพื้นที่ยึดครองเวสต์แบงก์ พร้อมประกาศว่า ฮามาสจะไม่ยอมให้เนทันยาฮูผนวกเวสต์แบงก์เด็ดขาด

เขตตั้งถิ่นฐานชาวยิวที่เข้ามาตั้งอยู่ในดินแดนของชาวปาเลสไตน์เป็นหนึ่งในประเด็นที่สร้างปัญหาที่สุดในความพยายามฟื้นการเจรจาสันติภาพอิสราเอล-ปาเลสไตน์ที่ระงับมาตั้งแต่ปี 2014

จากข้อมูลของอิสราเอล ปัจจุบันมีชาวอิสราเอลอาศัยอยู่ในเขตเวสต์แบงก์ของปาเลสไตน์กว่า 400,000 คน ขณะที่สำนักงานสถิติปาเลสไตน์ระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวมีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ราว 2.9 ล้านคน และสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านกิจการมนุษยชนของสหประชาชาติ (UN) ให้ข้อมูลว่า มีชาวปาเลสไตน์ 212,000 คนตั้งถิ่นฐานในเยรูซาเลมตะวันออกในปัจจุบัน

ปาเลสไตน์และนานาชาติ ชี้ว่า การตั้งถิ่นฐานดังกล่าวผิดกฎหมายภายใต้อนุสัญญาเจนีวาที่ห้ามการตั้งถิ่นฐานในดินแดนที่เข้ายึดครองในสงคราม 6 วันปี 1967 แต่ทว่าอิสราเอลอ้างการยึดครองด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง ข้อความในคัมภีร์ไบเบิลฉบับของยิวโยงกับความเกี่ยวพันทางการเมืองกับดินแดนดังกล่าว

ทางด้านชาวปาเลสไตน์เจ้าของพื้นที่ที่ประกาศสถาปนารัฐปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ เยรูซาเลมตะวันออก และฉนวนกาซา ซึ่งดินแดนทั้งหมดนี้ถูกอิสราเอลยึดครองในสงครามปี 1967 ก่อนหน้านี้อิสราเอลผนวกเยรูซาเลมตะวันออกและถอนตัวออกจากกาซา ส่วนเวสต์แบงก์ยังอยู่ภายใต้การยึดครองทางทหารของอิสราเอล และปาเลสไตน์มีอำนาจปกครองตนเองจำกัด แต่อิสราเอลไม่อนุญาตให้มีเจ้าหน้าที่ติดอาวุธของปาเลสไตน์ในดินแดนปาเลสไตน์

คำประกาศล่าสุดของเนทันยาฮูยังมีขึ้นหลังจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของอเมริกาที่ถือหางอิสราเอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยอมรับเมืองเยรูซาเลมของปาเลสไตน์ในฐานะเมืองหลวงของอิสราเอล และย้ายสถานทูตอเมริกันไปยังเมืองดังกล่าวในเดือนธันวาคม 2017 และการละเมิดฉันทามตินานาชาติด้วยการรับรองอธิปไตยของอิสราเอลเหนือที่ราบสูงโกลันของซีเรียเมื่อเดือนที่แล้วที่ถูกชี้ว่าเป็นความพยายามของสหรัฐฯ ในการช่วยหาเสียงในกลุ่มยิวหัวรุนแรงให้กับเนทันยาฮู

นโยบายของทรัมป์ต่อเยรูซาเลม และที่ราบสูงโกลันทำให้ถูกมองว่าเป็นการส่งเสริมอิสราเอลในการเดินหน้าผนวกดินแดนของปาเลสไตน์ ในขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่า จะประกาศแผนการสันติภาพตะวันออกกลางของคณะบริหารของทรัมป์ภายหลังการเลือกตั้งอิสราเอล

แต่ทว่า แนวโน้มในการฟื้นการเจรจาสันติภาพในแบบของสหรัฐฯ ดูเหมือนยังริบหรี่ เนื่องจากปาเลสไตน์คว่ำบาตรคณะบริหารทรัมป์ที่มีนโยบายเข้าข้างอิสราเอล

โดยคะแนนนิยมของเนทันยาฮูยังตกต่ำ และถูกกลุ้มรุมด้วยข้อกล่าวหาทุจริต หลังจากอัยการสูงสุดประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ว่า ต้องการฟ้องร้องเนทันยาฮูซึ่งเป็นผู้นำประเทศในข้อหาทุจริต

ผลสำรวจของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอิสราเอลออกมาเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (5) คาดว่า พรรคสายกลาง บลู แอนด์ ไวท์ของแกนต์ซจะได้ที่นั่งในสภา 30 ที่นั่ง มากกว่าพรรคลิคุดของเนทันยาฮู 4 ที่นั่ง ทว่าพรรคในฝ่ายหัวรุนแรงที่เป็นพันธมิตรกับเนทันยาฮูจะยังคงครองเสียงข้างมากแม้คะแนนสูสีก็ตาม

ความคิดเห็น

comments

About