หลังจากที่พายุไซโคลนบุลบุล(Bulbul)พัดเข้าบังกลาเทศทั่วข้ามคืน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 6 รายทิ้งให้ญาติร่ำไห้ ส่วนชาวประมงอีก 36 รายสูญหายถึงแม้การสั่งอพยพจะช่วยชีวิตคนได้จำนวนมากก็ตาม เจ้าหน้าที่กล่าววันอาทิตย์(10 พ.ย)
เมื่อวันอาทิตย์(10 พฤศจิกายน)ว่า หลังจากที่พายุไซโคลนบุลบุล(นกปรอด)ขึ้นฝั่งบังกลาเทศ เจ้าหน้าที่กล่าวว่ามีบ้านราว 6,000 หลังถูกทำลายบางส่วนหรือทั้งหมด และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราว 30 ราย
และในจำนวนผู้เสียชีวิต 6 ราย มี 5 รายเสียชีวิตจากต้นไม้ล้มทับ รวมไปถึงหญิงวัย 52 ปีที่อาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงในเวลากลางคืน และเดินทางกลับบ้านในวันอาทิตย์ เสียชีวิตหลังจากต้นไม้โค่นล้มทับบ้านที่เธออาศัย
ผู้เสียชีวิตอีกรายเป็นชาวประมงวัย 60 ปีเสียชีวิตหลังจากไม่ยอมอพยพออกไปตามคำสั่ง
นอกจากนี้ยังพบว่ามีเรือประมงอีก 2 ลำยังไม่เดินทางกลับเข้าฝั่ง โดยญาติไม่สามารถติดต่อชาวประมงที่อยู่บนเรือเหล่านี้ได้ อันวาร์ อุดดิน(Anwar Uddin) ประชาสัมพันธ์พื้นที่เขตโบลา(Bhola)กล่าว
ซึ่งมีจำนวนผู้สูญหายเป็นชาวประมงทั้งหมด 36 คน
เบื้องต้นยังไม่มีรายงานความเสียหายร้ายแรงออกมาจากค่ายผู้ลี้ภัยโรฮิงญาที่หนีภัยจากพม่าอาศัย ซึ่งค่ายแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศ
รอยเตอร์รายงานว่า มีราว 2 ล้านคนจาก 13 เขตชายฝั่งรวมตัวหลบภัยพายุอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวราว 5,558 แห่งในคืนวันเสาร์(9) ในขณะที่ ลมได้เพิ่้มความแรงระหว่าง 100 กิโเมตร/ชั่วโมง – 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง และพื้นที่ชายฝั่งต่ำมีบางส่วนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน
แต่ในเวลานี้กำลังลมลดความเร็วเหลือแค่ 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง – 80 กิโลเมตร/ชั่วโมงแล้ว เจ้าหน้าที่บังกลาเทศกล่าว
“มันต้องใช้เวลาราว 2 วันจึงจะเข้าสู่สถานการณ์ปกติ” อีนามูร์ เราะห์มาน(Enamur Rahman) รัฐมนตรีด้านบริหารภัยพิบัติและบรรเทาทุกข์ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์
มีนักท่องเที่ยวในประเทศราว 1,200 คนติดบนเกาะเซนต์ มาร์ติน( Saint Martin island)ในเขตค็อกซ์ บาร์ซาร์(Cox’s Bazar) ซึ่งทั้งหมดจะได้รับการช่วยเหลือให้ออกมา