ผู้แทนสหรัฐฯด้านกิจการอัฟกานิสถานเปิดปากครั้งแรก เผยการที่อดีตประธานาธิบดีอัชรัฟ กานี ผลุนผลันหลบหนีออกนอกประเทศ ทำให้ข้อตกลงที่ทำไว้กับตอลิบานเรื่องการผ่องถ่ายอำนาจ เป็นอันพังครืนลง

ในการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังรัฐบาลอัฟกานิสถานที่สหรัฐฯและฝ่ายตะวันตกให้การสนับสนุนพังครืนลงไป ซัลมาน คาลิซา ซึ่งเป็นผู้แทนอเมริกามาอย่างยาวนาน โดยเป็นผู้เจรจาทำข้อตกลงถอนทหารกับฝ่ายตอลิบานเมื่อปี 2020 ในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ และยังได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ต่อภายใต้การบริหารของโจ ไบเดน ได้เผยกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ฉบับเผยแพร่วันพุธ (15 กันยายน) ว่า ตอลิบานนั้นตกลงที่จะรออยู่นอกกรุงคาบูลเป็นเวลา 2 สัปดาห์ระหว่างการเจรจาเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่

แต่ทว่าสุดท้ายแล้วเขาตอบกับถามกับสื่อที่ว่า “กองทหารอเมริกันจะช่วยรับประกันความมั่นคงให้คาบูลได้หรือไม่ขณะที่รัฐบาลชุดเก่าพังทลายไปเช่นนี้” ซึ่งคำตอบที่ปรากฏคือ “อเมริกาปฏิเสธที่จะรับผิดชอบต่อไป” ซึ่งประธานาธิบดีกานีหลบหนีออกนอกอัฟกานิสถานเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม และตอลิบานที่ก่อนหน้านั้นนัดหมายประชุมกับพลเอกแฟรงก์ แมคคินซีย์ ผู้บัญชาการของกองบัญชาการทหารกลางสหรัฐฯ (US Central Command) ในวันดังกล่าว ต้องตัดสินใจเข้าควบคุมเมืองหลวง

โดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ยืนยันว่า ทหารอเมริกันจะดำเนินการเฉพาะการอพยพคนอเมริกัน และพันธมิตรชาวอัฟกันเท่านั้น แต่จะไม่ทำสงครามต่อ

ทางด้าน เน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ตอบคำถามเรื่องนี้ว่า การอยู่ในคาบูลต่อไม่ใช่ทางเลือกที่เป็นไปได้ เนื่องจากทหารอเมริกันจะตกเป็นเป้าหมายความรุนแรงของตอลิบาน และการโจมตีของกลุ่มก่อการร้าย อาทิ ดาอิช

นอกจากนั้น ระหว่างให้ปากคำต่อรัฐสภาในสัปดาห์นี้ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ อ้างว่า ได้คุยกับกานีเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม และอดีตผู้นำอัฟกันผู้นี้ตกลงว่า จะมีส่วนร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว และจะ “สู้จนหาชีวิตไม่” ถ้าตอลิบานกลับลำ โดยไม่มีท่าทีเลยว่า จะหนีออกนอกประเทศในวันรุ่งขึ้น

ความคิดเห็น

comments

By admin