เมื่อวันเสาร์ที่(14 ตุลาคม)ผ่านมา ห้างสรรพสินค้ายอดนิยมในมาเลเซียต้องอพยพผู้คนเพื่อตอบสนองต่อคำขู่วางระเบิดโดยผู้โทรที่ไม่ระบุชื่อ ซึ่งมีรายงานว่าจะส่งผลต่อจุดยืนอันยาวนานของรัฐบาลในการสนับสนุนปาเลสไตน์
ประชาชนราว 9,000 คนต้องอพยพออกจากศูนย์การค้ามิดวัลเลย์เซาท์คีย์ในเมืองยะโฮร์บาห์รู หลังคนร้ายโทรโดยไม่ระบุชื่อ สำเนียงชาวต่างชาติขู่ว่าจะวางระเบิดภายในสถานที่ดังกล่าว
กล่าวกันว่าคนร้ายที่โทรเข้ามาเรียกร้องให้มาเลเซียยุติการสนับสนุนปาเลสไตน์ ท่ามกลางปฏิบัติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของกองทัพอิสราเอลในฉนวนกาซา
ในโพสต์บน Facebook เมื่อเย็นวันเสาร์ ฝ่ายบริหารของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ยืนยันว่าพวกเขาได้รับ “รายงานภัยคุกคามด้านความปลอดภัยผ่านทางโทรศัพท์โดยไม่ระบุชื่อ”
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐบาลกัวลาลัมเปอร์ ยืนยันอีกครั้งว่าจะสนับสนุนปาเลสไตน์ต่อไป แม้ว่าจะมีภัยคุกคามจากการก่อการร้ายก็ตาม รองนายกรัฐมนตรี อาหมัด ซาฮิด ฮามิดี ให้ความมั่นใจแก่สาธารณชนว่า “เราไม่จำเป็นต้องกลัวสิ่งใดๆ แม้แต่ภัยคุกคาม (ต่อต้านการสนับสนุนปาเลสไตน์) ที่จริงแล้ว เรากำลังให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ปาเลสไตน์ เราจะสนับสนุนปาเลสไตน์ต่อไป”
ซาฮิดยังกล่าวอีกว่า มาเลเซียตั้งเป้าที่จะบริจาคเงินประมาณ 21 ล้านดอลลาร์ (100 ล้านริงกิต) เพื่อช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานของชาวปาเลสไตน์
“เป้าหมายของเราคือ 100 ล้านริงกิต ซึ่งเป็นยอดบริจาคที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ เพื่อช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์” เขากล่าว
หลังจากการละหมาดในวันศุกร์ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ผู้ประท้วงราว 15,000 คนรวมตัวกันเพื่อประณามการรุกรานฉนวนกาซาของอิสราเอล ตามรายงานของ Malay Mail ผู้ประท้วงสวมผ้าพันคอ keffiyeh ของชาวปาเลสไตน์ และถือป้ายที่มีข้อความว่า ‘Israel cuak’ (อิสราเอลหวาดกลัว) ท่ามกลางเสียงตะโกน ‘Hidup Palestin’ (ปาเลสไตน์ที่ทรงพระเจริญ) และ ‘Hancur Zionist’ (บดขยี้ไซออนิสต์)
