Wednesday, 24/7/2019 | 6:34 UTC+7
i-News

พบศพแล้ว 34 ขณะสาเหตุตกยังปริศนา หลังมีหลายเครื่องบินในจุดเกิดเหตุแต่ไม่ตก

สภาพอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เที่ยวบิน 8501 ของแอร์เอเชียประสบเหตุร้ายเมื่อปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รายงานของสำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินโดนีเซียระบุ โดยสันนิษฐานว่ามีความเป็นไปได้ที่เครื่องยนต์ของเครื่องบินลำนี้เสียหายจากระบบระบายความร้อนอยู่ในสภาพเย็นจัดจนกลายเป็นน้ำแข็ง ขณะเดียวกัน อากาศที่เลวร้ายในวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) ก็เป็นเหตุให้ต้องระงับการค้นหาลงชั่วคราว หลังจากพบศพเพิ่มอีก 4 ทำให้ยอดรวมที่เจอแล้วทั้งสิ้นเป็น 34 ศพ รวมทั้งตรวจพบชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของเครื่องบินชิ้นที่ 5

ทีมค้นหายังคงระดมกำลังค้นหากล่องดำของเครื่องบินแอร์บัส เอ320-200 ลำนี้ ที่ประสบอุบัติเหตุตกลงกลางทะเลชวาเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 162 ชีวิต หลังออกจากสนามบินสุราบายา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของอินโดนีเซีย มุ่งหน้าสู่สิงคโปร์

รายงานเบื้องต้นบนเว็บไซต์สำนักงานอุตุนิยมวิทยา (BMKG) ของอินโดนีเซียที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ บ่งชี้ว่า สภาพอากาศอาจเป็นสาเหตุให้เที่ยวบิน 8501 ของแอร์เอเชียตก เนื่องจากระหว่างเกิดเหตุ ดูเหมือนเครื่องบินได้บินเข้าสู่กลุ่มเมฆฝนหนาทึบ

“ปรากฏการณ์สภาพอากาศที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ เกิดน้ำแข็งที่กระบวนการระบายความร้อน จนทำให้เครื่องยนต์เสียหาย นี่คือหนึ่งในความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้น โดยอิงกับการวิเคราะห์ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาที่มีอยู่”

แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดในการสอบสวนผู้หนึ่งเผยว่า ข้อมูลเรดาร์บ่งชี้ว่า เครื่องยนต์ไต่ระดับสูงมาก “อย่างไม่น่าเชื่อ” หรือเกินขีดจำกัดศักยภาพของเครื่องเอ320 ก่อนตก

ทั้งนี้ นักบินผู้ควบคุมเที่ยวบิน 8501 เป็นอดีตนักบินเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศอินโดนีเซีย มีประสบการณ์การบิน 6,100 ชั่วโมง และเครื่องบินลำดังกล่าวเพิ่งเข้ารับการซ่อมบำรุงเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าทำไมเครื่องบินลำอื่นๆ ซึ่งกำลังอยู่ในเส้นทางบินเดียวกันจึงไม่ได้รับความกระทบกระเทือนจากสภาพอากาศ ขณะที่นักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่า เวลานี้ยังเร็วเกินไปที่จะมาอธิบายถึงสาเหตุของเหตุร้ายคราวนี้ เนื่องจากข้อมูลยังไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยังไม่ได้ข้อมูลจากกล่องดำเลย

วันเดียวกัน ฟรานซิสคุส บัมบัง โซลิสต์โย ผู้อำนวยการสำนักงานค้นหาและกู้ภัยของอินโดนีเซีย แถลงว่า ระบบโซนาร์ตรวจพบชิ้นส่วนขนาดใหญ่ชิ้นที่ 5 ที่มีความยาวเกือบ 10 เมตรกว้าง 1 เมตร และเชื่อว่าเป็นของเครื่องบินลำนี้

ชิ้นส่วนขนาดใหญ่ทั้ง 5 ชิ้น โดยชิ้นใหญ่ที่สุดยาวประมาณ 18 เมตร กว้าง 5.4 เมตร ต่างถูกตรวจพบที่บริเวณ 90 ไมล์ทะเลจากชายฝั่งบอร์เนียว และอยู่ก้นทะเลลึกเพียง 30 เมตร ซึ่งในสภาพอากาศปกติน่าจะสามารถกู้ขึ้นมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ทว่าสภาพอากาศที่ทั้งคลื่นลมแรงและฝนตกหนักตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา กลายเป็นอุปสรรคขัดขวางการค้นหา

เวลานี้มีเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ 20 ลำ รวมทั้งเรือ 27 ลำจากอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ และอเมริกา รวมทั้งทีมนักประดาน้ำ ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญ 7 คนจากรัสเซีย เตรียมพร้อมในบริเวณดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่

ระหว่างทำการค้นหาในบางขณะที่อากาศดีขึ้นบ้างเมื่อวันอาทิตย์ ทีมนักประดาน้ำทีมหนึ่งได้ลงไปยังชิ้นส่วนชิ้นใหญ่ที่สุด และสามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาได้ 1 ร่าง นอกจากนั้นทีมค้นหาอื่นๆ ได้พบศพที่กำลังลอยอยู่ในทะเลอีก 3 ศพ เมื่อรวมกับที่พบเดิมทำให้เวลานี้เจอศพผู้ประสบภัยแล้วทั้งสิ้น 34 ราย

บัมบัง โซลิสต์โย ระบุว่า นักประดาน้ำพยายามลงไปอีก ทว่าวิสัยทัศน์บริเวณก้นทะเลนั้นเท่ากับศูนย์ ทั้งมืดและเต็มไปด้วยโคลนตม ขณะที่กระแสน้ำก็พัดแรงระดับ 3-5 น็อต จึงต้องยุติการค้นหาลงชั่วคราว

อุบัติเหตุครั้งนี้ถือเป็นกรณีร้ายแรงถึงขั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตครั้งแรกของแอร์เอเชีย ขณะที่ทางการอินโดนีเซียกำลังดำเนินการตรวจสอบ รวมทั้งสั่งระงับการให้บริการในเส้นทางสุราบายา-สิงคโปร์แล้ว ด้วยเหตุผลว่าแอร์เอเชียมีใบอนุญาตบินในเส้นทางดังกล่าวเฉพาะวันจันทร์ อังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ แต่เที่ยวบินที่ประสบเหตุให้บริการในวันอาทิตย์

ด้านแอร์เอเชียแถลงเพียงว่า จะให้ความร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมอินโดนีเซียอย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน กรมการบินพลเรือนของสิงคโปร์และ ชังงี แอร์พอร์ต กรุ๊ป ผู้ดำเนินการท่าอากาศชังงีของสิงคโปร์ ออกคำแถลงร่วมระบุว่า แอร์เอเชียได้รับอนุญาตตามที่จำเป็นในการให้บริการเที่ยวบินเป็นประจำทุกวันในเส้นทางสุราบายา-สิงคโปร์

ความคิดเห็น

comments

About