Monday, 19/8/2019 | 6:12 UTC+7
i-News

แคนาดาประกาศ “เปิดพรมแดน” รับผู้ลี้ภัยจากการโจมตีของไอเอส

รัฐมนตรีกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองของแคนาดาวานนี้ (7 ม.ค.) แถลงว่า แคนาดายอมตกลงจะเปิดประตูรับผู้ลี้ภัยชาวซีเรียอีก 10,000 คน และชาวอิรักอีก 3,000 คน ให้เข้ามาตั้งถิ่นฐานบนแผ่นดินแคนาดาในช่วง 3 ปีข้างหน้า โดยถือเป็นการตอบสนองเสียงเรียกร้องจากองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น)

การที่แคนาดายอมเปิดพรมแดนรับผู้ลี้ภัยจะช่วยแบ่งเบาผู้ลี้ภัย 10 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนทั้งหมดที่ล่าสุดองค์การชำนาญการด้านผู้ลี้ภัยของยูเอ็นได้ขอความร่วมมือให้ไปยังประเทศต่างๆ ให้ช่วยกันมอบโอกาสให้ผู้พลัดถิ่นหนีภัยสู้รบจากทั้งสองประเทศเข้าไปตั้งถิ่นฐาน

รายงานของข้าหลวงผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ที่เผยแพร่ออกมาก่อนหน้านี้ระบุว่า จำนวนผู้ลี้ภัยชาวซีเรียได้พุ่งแซงหน้าผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถาน ในยามที่ประชากรผู้พลัดถิ่นขนาดใหญ่ที่สุดกลุ่มนี้กำลังต้องการความคุ้มครองดูแล

คริส อเล็กซานเดอร์ รัฐมนตรีกระทรวงตรวจคนเข้าเมืองชี้ว่า “ทุกวันนี้ชาวซีเรียและอิรักต้องเผชิญกับความรุนแรงในรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดในโลก” พร้อมกันนี้เขาได้กล่าวประณามกลุ่มไอเอส ว่า “ก่อเหตุรุนแรงจนทำให้คนล้มตายมากมายทั้งในอิรักและซีเรีย ทั้งยังเข่นฆ่าผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลามซึ่งผ่านการบิดเบือนอย่างเป็นระบบ”

ทั้งนี้ การก่อเหตุโจมตีที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ของกลุ่มติดอาวุธมุสลิมสุหนี่กลุ่มนี้ได้ทำให้ประชาชนในทั้งสองประเทศละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนหนีตายแล้วหลายล้านคน

นับตั้งแต่ปี 2009 แคนาดาได้อ้าแขนรับผู้ลี้ภัยชาวอิรักไปแล้ว 20,000 คน นอกจากนี้ยังมีผู้ลี้ภัยชาวซีเรียข้ามน้ำข้ามทะเลเข้ามาตั้งถิ่นฐานบนแผ่นดินแคนาดาแล้วกว่า 1,000 คน นับตั้งแต่สงครามกลางเมืองปะทุขึ้นในซีเรียเมื่อปี 2011

อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลแคนาดาว่า ดำเนินการรับผู้อพยพล่าช้า และควรจะเปิดพรมแดนรับผู้ลี้ภัยจากทั้งสองประเทศให้มากขึ้นกว่านี้

ความคิดเห็น

comments

About