กองกำลังพิทักษ์การปฎิวัติอิหร่าน หรือ หน่วย Revolutionary Guards (IRGC) หน่วยรบขึ้นตรงต่อผู้นำศาสนาชีอะห์แห่งอิหร่าน ได้เย้ยข้อตกลงนิวเคลียร์ด้วยการทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามประเทศ ในระหว่างการฝึกซ้อมรบวันอังคาร(8 มีนาคม) โดยข้อตกลงนิวเคลียร์ห้ามอิหร่านเกี่ยวข้อกับอาวุธนิวเคลียร์ แต่สองเดือนก่อนอิหร่านก็เคยทดลองเช่นนี้มาแล้ว
รอยเตอร์รายงานว่า จากแถลงการณ์ของ กองกำลังพิทักษ์การปฎิวัติอิหร่าน หรือ หน่วย Revolutionary Guards (IRGC) บนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของหน่วยงานกล่าวว่า การทดสอบยิงขีปนาวุธรอบใหม่มีขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพทางการทหารของกองทัพอิหร่าน เพื่อแสดงให้ประจักษ์ถึงความสามารถของกองทัพในการปกป้องอธิปไตยและเสรีภาพของสาธารณรัฐแห่งนี้
โดยการทดสอบยิงขีปนาวุธรอบใหม่เกิดขึ้นหลังจาก 2 เดือนก่อนหน้านี้ที่ทางสหรัฐฯได้ออกมาตรการคว่ำบาตรเฉพาะส่วนต่ออิหร่านที่มีผลเพียงกับบริษัท และชาวอิหร่านบางรายที่เกี่ยวข้องกับโครงการขีปนาวุธพิสัยกลาง “Emad “ ขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ที่ทดลองยิงเมื่อเดือนตุลาคม 2015
รอยเตอร์ชี้ว่า และในการตอบโต้จากการทดสอบยิงขีปนาวุธในกลางปี 2015 ทำให้องค์การสหประชาชาติมีแถลงการณ์ออกมาว่า การทดสอบการยิงขีปนาวุธรอบใหม่ ที่เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านและชาติตะวันตกได้บรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ในเดือนกรกฎาคม 2015 แล้วนั้น ทางอิหร่านได้ละเมิดมติที่ประชุมสภาความมั่นคงองค์การสหประชาชาติปี 1992 ซึ่งมีเนื้อหาประกาศห้ามไม่ให้อิหร่านทำกิจกรรมใดๆเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาขีปนาวุธที่มีศักยภาพติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ แต่สหประชาชาติก็ไม่ได้มีการลงโทษใดๆ ต่อการกระทำของอิหร่านแต่อย่างใด ขณะที่หลายชาติมหาอำนาจตะวันตกกลับยังพยายามเพิ่มการค้าระหว่างอิหร่านมากขึ้น
แต่ถึงแม้ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านจะได้เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนมกราคม 2016 และทำให้มิตยูเอ็นเดิมในการบังคับอิหร่านห้ามพัฒนาอาวุธขีปนาวุธต้องสิ้นสุดลง แต่ทว่าหน่วยงานองค์การสหประชาชาติได้ออกข้อบังคับใหม่ ซึ่งมีเนื้อหาสั่งการให้อิหร่าน ห้ามทำกิจกรรมใดๆต่อการพัฒนาขีปนาวุธที่จะทำให้อิหร่านสามารถมี “อาวุธนิวเคลียร์ในความครอบครองสำเร็จ”
ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลอิหร่านมักปฎิเสธความเชื่อมโยงระหว่างโครงการพัฒนาจรวดขีปนาวุธของตนและการพัฒนานิวเคลียร์ ซึ่งในขณะนี้ถูกข้อจำกำกัด และต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวด แต่การทดลองดังกล่าวก็ไม่ได้ถูกกดดันอย่างจริงจังจากนานาชาติแต่อย่างใด
