Sunday, 19/11/2017 | 12:04 UTC+7
i-News

เอกวาดอร์ยอมรับเคยถูก “โจรที่แฮกเกอร์ ธ.กลางบังกลาเทศ” เจาะผ่านระบบ SWIFT สูญร่วม 12 ล้าน

Banco del Austro SA ธนาคารเอกวาดอร์เปิดเผยล่าสุดในคำฟ้องต่อธนาคารสัญชาติสหรัฐฯ เวลส์ ฟาร์โก แอนด์ โค (Wells Fargo & Co) ที่ศาลรัฐนิวยอร์กว่า ในปี 2015 ทางสถาบันการเงินลาตินอเมริกาถูกโจรแฮกเกอร์ล้วงความลับรหัสพาสเวิร์ดในการเคลื่อนย้ายเงินมูลค่า 12 ล้านดอลลาร์ผ่านระบบการเงินโลก SWIFT ออกจากธนาคารสัญชาติสหรัฐฯ ถือเป็นเทคนิกเดียวกันที่ใช้ปล้นธนาคารกลางบังกลาเทศ และธนาคารเตียนฟองของเวียดนาม

บลูมเบิร์ก สื่อธุรกิจ รายงานเมื่อวันศุกร์ (20 พฤษภาคม) ว่า ถึงแม้เหตุการณ์ธนาคารสัญชาติเอกวาดอร์ Banco del Austro SA จะเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2015 หรือนานกว่า 15 เดือนมาแล้ว แต่ทว่าทางโฆษกของระบบการเงินโลก SWIFT ซึ่งมีฐานอยู่ในเบลเยียมได้ออกมายอมรับกับรอยเตอร์ว่า ทาง SWIFT เพิ่งทราบ และยังชี้ต่อว่า เป็นเพราะทางธนาคาร Banco del Austro SA ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลให้รับรู้

ทั้งนี้ การเปิดเผยถึงการโจรกรรมผ่านทางไซเบอร์ซึ่งเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2015 เป็นที่รับรู้ผ่านการยื่นฟ้องศาลในรัฐนิวยอร์กของ Banco del Austro SA ต่อธนาคารสัญชาติสหรัฐฯ เวลส์ ฟาร์โก แอนด์ โค (Wells Fargo & Co) โดยพบว่ารูปแบบการปล้นมีลักษณะเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นกับธนาคารกลางบังกลาเทศในเดือนกุมภาพันธ์ 2016 และธนาคารเตียนฟองของเวียดนามในวันที่ 5 ธันวาคม 2015 อย่างไม่ผิดเพี้ยน

วอลล์สตรีทเจอร์นัล สื่อธุรกิจอีกรายชี้ว่า ในคำฟ้องของธนาคารแดนละตินอเมริกาชี้ว่า ทาง เวลส์ ฟาร์โก แอนด์ โค ไม่ยอมส่งสัญญาณเตือนด่วนมายังธนาคาร Banco del Austro SA ถึงความผิดปกติในการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินจำนวนหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม 2015 และรวมไปถึงไม่ยอมหยุดยั้งธุรกรรมเหล่านี้ก่อนที่โจรแฮกเกอร์จะสามารถนำเงินของธนาคาร Banco del Austro SA ที่ฝากไว้กับธนาคาร เวลส์ ฟาร์โก แอนด์ โค ออกไปยังธนาคารในฮ่องกงอันเป็นจุดหมายปลายทางสำเร็จ และทำให้ทาง Banco del Austro SA ต้องสูญเงินถึง 12 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม เอกสารจากศาลสหรัฐฯ ชี้ว่า ในภายหลังทาง Banco del Austro SA สามารถตามเงินกลับคืนมาได้จำนวน 2.8 ล้านดอลลาร์ และทางธนาคารแดนละตินอเมริกาได้ดำเนินการตามกฎหมายกับธนาคารปลายทางในฮ่องกงเพื่อต้องการได้เงินคืนกลับมาเพิ่มมากกว่านี้ แต่กระนั้นวอลล์สตรีทรายงานว่า ในเอกสารของศาลรัฐนิวยอร์ก ไม่ได้เอ่ยถึงเม็ดเงิน 12 ล้านดอลลาร์ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากเงินได้เดินทางไปถึงฮ่องกงแล้ว ซึ่งพบเพียงว่า มีเงินจำนวน 1.5 ล้านดอลลาร์ถูกโอนกลับไปยังสหรัฐฯ เข้าบัญชีในเมืองลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย และอีก 1 ล้านดอลลาร์ถูกส่งไปยังธนาคารในดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ทั้งนี้ ในคำฟ้องของ Banco del Austro SA ระบุในรายละเอียดว่า หลังจากที่กลุ่มแฮกเกอร์ใช้วิธีการปล่อยมัลแวร์เพื่อทำการควบคุมรีโมตแอ็กเซสระบบธนาคารได้สำเร็จในช่วงเวลาไม่นานก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 14 มกราคม 2015 ได้มีการเปลี่ยนแปลงคำสั่งจ่ายเงินไปยังบริษัทในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา จำนวนเกือบ 3,000 ดอลลาร์ เป็นจำนวน 1.4 ล้านดอลลาร์ ส่งไปยังบัญชีในฮ่องกงแทน

นอกจากนี้ยังพบว่า ในช่วงเวลา 10 วันหลังจากนั้น มีธุรกรรมการโอนเงินที่น่าสงสัยตามมาเกิดขึ้นอีกถึง 12 ครั้งด้วยกัน วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงาน

ความคิดเห็น

comments

About