สหประชาชาติ หรือยูเอ็น ระบุว่า พลเรือนชาวซีเรียกว่า 2 ล้านคนในเมืองอเลปโป กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงจากการถูกปิดล้อม ซึ่งเป็นผลมาจากการต่อสู้อย่างหนักระหว่างกองกำลังชีอะห์ของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรียและกลุ่มนักรบฝ่ายต่อต้านในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา
ล่าสุด กองกำลังชีอะห์ของระบอบบาชาร์ อัล-อัสซาด ได้ปิดล้อมทางเข้าออกพื้นที่ที่กลุ่มนักรบฝ่ายต่อต้านยึดคือมาได้ในเมืองอเลปโป ส่งผลทำให้พลเรือนชาวซีเรียในพื้นที่ดังกล่าวถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอีกครั้ง หลังเพิ่งได้รับความช่วยเหลือจากฝ่ายต่อต้านซีเรียมาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน สหประชาชาติได้เรียกร้องให้หยุดการสู้รบเพื่อลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปช่วยเหลือชาวซีเรีย
โดยนับตั้งแต่วันที่ 17 กรกฏาคมที่ผ่านมา รัฐบาลซีเรียได้สั่งปิดถนนทุกสายที่มุ่งหน้าสู่เขตปกครองของฝ่ายต่อต้านซีเรียในเมืองอเล็ปโป พร้อมส่งกำลังเข้าปิดล้อม แต่ฝ่ายต่อต้านซีเรียสามารถทำลายการปิดล้อมดังกล่าวได้เมื่อวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ บอกด้วยว่า สงครามกลางเมืองระหว่างรัฐบาลซีเรียกับฝ่ายต่อต้านจะไม่มีฝ่ายใดได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดในเมืองอเลปโป ขณะที่สหประชาชาติเรียกร้องให้มีการหยุดยิงสัปดาห์ละ 48 ชั่วโมง เพื่อลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าไปช่วยเหลือผู้คนที่เผชิญสงครามกลางเมืองมาแล้วถึง 4 ปี
