Friday, 24/11/2017 | 7:26 UTC+7
i-News

เตือน 7 จังหวัดภาคกลางรับมือสถานการณ์น้ำ

นายฎรงศ์กร สมตร ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ออกหนังสือถึงผู้ว่าราชการ 7 จงหวัด ประกอบด้วย อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และผู้อำนวยการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ประเทศไทยจังหวัดชัยนาท เรื่อง แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 เนื่องจากช่วงวันที่ 13-15 กันยายน 2559 พายุ ราอี (Rai) ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ส่งผลให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีปริมาณฝนตกหนาแน่นทำให้มีน้ำหลาก จากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราเพิ่มมากขึ้น อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ณ วันที่ 18 กันยายน 2559 เวลา 06.00 น. ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา อยู่ที่ระดับ 15.67 ม.รทก. ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา 850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และคาดการณ์ว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ถึงบริเวณ ตำบลบางหลวงโดด อำเภอบางบาล และตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งบริเวณท้ายแม่น้ำน้อย

ทั้งนี้ สำนักงานชลประทานที่ 12 จะควบคุมปริมาณการไหลของน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ประมาณ 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ด้วยการบริหารจัดการน้ำเข้าพื้นที่ชลประทานฝั่งตะวันตก และตะวันออกด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ตามศักยภาพที่สามารถรับน้ำเพิ่มได้โดยมิให้มีผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ประมาณ 60-80 เซนติเมตร หากไม่มีฝนตกหนักเพิ่มเติมซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลหลากผ่านเขื่อนเจ้าพระยา มากกว่า 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะแจ้งให้ทราบต่อไป

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ จึงขอแจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยา อาทิ งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาขอให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

ความคิดเห็น

comments

About