Saturday, 25/5/2019 | 6:59 UTC+7
i-News

บราซิลเตือน “เซาเปาลู-รีโอเดจาเนโร” เผชิญภัยแล้งหนักสุดในรอบกว่า 80 ปี

รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมบราซิลเตือนประชาชนในรัฐเซาเปาลู รีโอเดจาเนโร และมินาสเกรายส์ ให้บริโภคน้ำอย่างประหยัด เนื่องจากภูมิภาคซึ่งมีผู้อยู่อาศัยหนาแน่นที่สุดในแดนแซมบ้ากำลังเผชิญภัยแล้งหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 1930

อิซาเบลลา เทเซรา รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์หลังเข้าร่วมประชุมฉุกเฉินร่วมกับรัฐมนตรีอีก 5 กระทรวงที่กรุงบราซิเลียว่า วิกฤตการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่อง “ละเอียดอ่อน” และ “น่ากังวล” โดยจะส่งผลกระทบทั้งต่อภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม และอาจบั่นทอนเศรษฐกิจของบราซิล

ภัยแล้งยังส่งผลถึงอุปทานพลังงานในช่วงฤดูร้อนที่อากาศอบอ้าว เนื่องจากเขื่อนมีปริมาณน้ำที่จะใช้ในการผลิตไฟฟ้าลดลง

“นับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิลเมื่อ 84 ปีที่แล้ว เรายังไม่เคยเผชิญสถานการณ์เลวร้ายขนาดนี้มาก่อน” เทเซรา กล่าว

เกรัลโด อัลค์มิน ผู้ว่าการรัฐเซาเปาลู ได้มีมาตรการตอบสนองหลายอย่าง เช่น คิดค่าไฟฟ้าในอัตราที่แพงขึ้นสำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟมาก ให้ส่วนลดแก่ครัวเรือนที่ใช้ไฟน้อย รวมถึงจำกัดการดึงน้ำจากแม่น้ำเข้าไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

อย่างไรก็ดี ทางการบราซิลยังถูกวิจารณ์ว่าวางแผนการจัดการน้ำได้ย่ำแย่ และเล่นการเมืองจนทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง

กลุ่มฝ่ายค้านโจมตีฝ่ายบริหารส่วนท้องถิ่นว่าไม่เร่งตอบสนองวิกฤตอย่างรวดเร็วพอ พร้อมกล่าวหา อัลค์มิน ว่าไม่ยอมเตือนประชาชนล่วงหน้า เพียงเพราะกลัวจะกระทบต่อคะแนนเสียงของตนในศึกเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐเซาเปาลูเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งปรากฏว่า อัลค์มิน ได้รับเลือกเป็นสมัยที่ 2

อ่างเก็บน้ำหลักในรัฐรีโอเดจาเนโรมีปริมาณน้ำลดลงจนแตะระดับ “ศูนย์” เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ก่อสร้าง

อันเดร กอร์เรีย ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมของรัฐบาลบราซิล ยอมรับว่า รัฐรีโอเดจาเนโรกำลังเผชิญ “วิกฤตขาดแคลนน้ำครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์” แต่โชคดีที่อ่างเก็บน้ำแห่งอื่นๆ ยังพอมีน้ำเหลืออยู่ที่จะช่วยชะลอการปันส่วนน้ำในรัฐรีโอเดจาเนโรไปได้อีกอย่างน้อย 6 เดือน

ความคิดเห็น

comments

About