Thursday, 18/7/2019 | 11:29 UTC+7
i-News

โรมาเนียนับแสนชุมนุมต่อต้านคอร์รัปชัน ไม่วางใจแม้ รบ.ยอมเลิก กม.ช่วยคนโกง

ชาวโรมาเนียหลายแสนคนยังคงรวมตัวประท้วงเมื่อคืนวันอาทิตย์ (5 กุมภาพันธ์) ที่ผ่านมา โดยผู้ชุมนุมจำนวนมากเรียกร้องให้รัฐบาลลาออก แม้มีการถอน “กฎหมายช่วยพวกโกงน้อย” ซึ่งเป็นชนวนการประท้วงนี้แล้วก็ตาม ขณะที่ตัวนายกรัฐมนตรียืนกรานว่า รัฐบาลที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งไม่ทันถึงเดือน “ต้องรับผิดชอบต่อประชาชนที่ลงคะแนนให้” จึงจะไม่ลาออกตามเสียงเรียกร้อง

การรวมตัวเมื่อวันอาทิตย์ในกรุงบูคาเรสต์และเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการประท้วงที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นคืนที่ 6 แล้ว ถือเป็นการแสดงพลังต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดนับจากการโค่นล้มและประหารชีวิตผู้นำเผด็จการคอมมิวนิสต์ นิโคไล เชาเชสกู เมื่อปี 1989

สื่อโรมาเนียประมาณการว่า เฉพาะที่จัตุรัสวิกตอรีกลางกรุงบูคาเรสต์คืนวันอาทิตย์ มีผู้ร่วมชุมนุม 200,000-300,000 คน โดยมีการยิงแสงเลเซอร์ข้อความว่า “อย่ายอมแพ้” และ “ลาออก” ไปที่อาคารรัฐบาลที่เป็นที่ตั้งสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ยังมีการชุมนุมประท้วงในเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ รวมแล้วน่าจะประมาณ 500,000 คน

สำหรับชนวนเหตุของความไม่พอใจครั้งนี้คือ การที่รัฐบาลออกกฤษฎีกาฉุกเฉินเมื่อคืนวันอังคาร (31 มกราคม) ที่ถูกวิจารณ์จากในและนอกประเทศว่า เป็นการถอยหลังลงคลองในมาตรการปราบปรามคอร์รัปชั่น

กระแสต่อต้านของประชาชนทำให้คณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีซอริน กรินเดียนู ประกาศยกเลิกกฤษฎีกาดังกล่าวเมื่อเช้าวันอาทิตย์ ทว่า มวลชนยังหวั่นกลัวว่ากฎหมายฉบับใหม่ที่กรินเดียนูสัญญาว่า จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงและกำลังอยู่ในการพิจารณาของรัฐสภานั้น อาจมีการหมกเม็ดบางประเด็นที่เป็นปัญหา จึงยังคงเดินหน้าประท้วงต่อ ขณะเดียวกันผู้ประท้วงจำนวนมากก็เดินหน้าจากเพียงแค่ประท้วงกฤษฎีกาอัปยศ มาเป็นการเรียกร้องให้รัฐบาลลาออกแล้ว

ทั้งนี้ กฤษฎีกาฉุกเฉินฉบับดังกล่าวซึ่งเดิมทีกำหนดบังคับใช้ในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ (10) ระบุว่า เฉพาะผู้กระทำผิดในคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูงกว่า 200,000 เลอู ( 44,000 ยูโร หรือ 47,500 ดอลลาร์ หรือราว 1.66 ล้านบาท) จึงจะต้องรับโทษจำคุก นอกจากนั้น ในกฤษฎีกาอีกฉบับที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของรัฐสภา ยังระบุให้นักโทษที่ต้องโทษต่ำกว่า 5 ปี ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำ

ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาความถูกต้องชอบธรรมของกฤษฎีกา โดยจะมีการประกาศคำวินิจฉัยในสัปดาห์นี้

พรรคโซเชียล เดโมแครต (พีเอสดี) ของกรินเดียนูอ้างว่า กฤษฎีกาดังกล่าวมีจุดประสงค์ในการแก้ปัญหานักโทษล้นคุก และปรับกฎหมายอาญาให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ

ทว่า ผู้ประท้วงมองว่า รัฐบาลพยายามช่วยเจ้าหน้าที่และสมาชิกรัฐสภาสังกัดพีเอสดีจำนวนมากซึ่งถูกจับกุมในการรณรงค์ปราบปรามการทุจริตครั้งใหญ่และมีผู้ถูกพิพากษาว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเกือบ 2,000 คนระหว่างปี 2014-2016 โดยที่นายกรัฐมนตรีในตำแหน่งขณะนั้น รวมถึงรัฐมนตรี 5 คน และสมาชิกสภา 16 คน ถูกดำเนินดคีด้วย

ผู้ประท้วงชี้ว่าหนึ่งในผู้ที่จะได้รับประโยชน์จากกฤษฎีกาฉุกเฉินคือ ลิวิยู ดรักเนีย ผู้นำที่ช่วยให้พรรคพีเอสดีได้ชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ดรักเนียที่ถูกห้ามรับตำแหน่งในรัฐบาลเนื่องจากถูกตัดสินว่าโกงการเลือกตั้ง และกำลังถูกดำเนินคดีข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พยายามออกมาแถลงยืนยันว่า ตนไม่ได้กระทำผิด และรัฐบาลไม่ได้พยายามออกกฎหมายเพื่อช่วยตนแต่อย่างใด

ในวันอาทิตย์ ดรักเนียยังกล่าวหาว่า การประท้วงครั้งนี้เป็นการชุมนุมทางการเมืองซึ่งได้รับการปลุกปั่นจากกลุ่มพลังลึกลับ ไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นตามสัญชาตญาณของประชาชนเท่านั้น

ทว่า ผู้ประท้วง เช่น ลอรา ฟาตู บอกว่า ประชาชนแค่ต้องการให้ปัญหาคอร์รัปชันหมดไปจากโรมาเนีย

ผู้ประท้วงอีกคนที่เปิดเผยเพียงชื่อว่า นิโคล กล่าวว่า รัฐบาลโกหกและมีแต่คนเลว และยืนยันว่า จะเข้าร่วมการชุมนุมทุกคืนจนกว่ารัฐบาลจะยอมลาออก

อย่างไรก็ตาม กรินเดียนูยังคงยืนยันในการปฏิบัติหน้าที่ต่อ โดยอ้างว่า รัฐบาลต้องรับผิดชอบต่อเสียงโหวตที่เลือกให้เข้ามาบริหารประเทศ

ความคิดเห็น

comments

About