Sunday, 19/11/2017 | 3:56 UTC+7
i-News

แค่เดือนกุมภาน้ำมูลบุรีรัมย์แล้งจนสันดอนโผล่ งดทำนาปรัง 3 ปีซ้อน

ยังไม่สิ้นกุมภาแม่น้ำมูลแห้งแล้ว บุรีรัมย์สันดอนทรายโผล่ เกษตรกร 10 หมู่บ้าน อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ริมน้ำมูลต้องงดสูบน้ำทำนาปรังตามประกาศของ อบต. เพื่อสำรองน้ำไว้ผลิตประปาหล่อเลี้ยงประชาชนในช่วงหน้าแล้ง เกษตรกรเผยไม่ได้ทำนาปรังต่อเนื่องมา 3 ปีแล้ว วอนรัฐเร่งสำรวจสร้างฝายเขื่อนยางกั้นแม่มูลกักเก็บน้ำทำนา เลี้ยงปลา และอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดปี

วันอาทิตย์ (19 กุมภาพันธ์) สถานการณ์ภัยแล้งที่จังหวัดบุรีรัมย์เริ่มคุกคามตั้งแต่ต้นฤดู โดยเฉพาะน้ำในแม่น้ำมูลที่ไหลผ่านอำเภอสตึก ที่ใช้ทั้งการอุปโภคบริโภค ทำการเกษตร และเลี้ยงปลากระชัง ขณะนี้ระดับน้ำมีสภาพลดลงอย่างรวดเร็ว บางจุดตื้นเขินจนเห็นสันดอนทราย

จากสภาวะดังกล่าวเกษตรกรทั้ง 10 หมู่บ้านใน ต.ท่าม่วง อ.สตึก จึงต้องงดใช้เครื่องสูบน้ำทุกชนิดสูบดึงน้ำมูลขึ้นมาทำนาปรัง ตามประกาศขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าม่วง เพื่อสำรองน้ำในลำน้ำมูลไว้ใช้ในการผลิตประปาบริการประชาชนให้มีน้ำอุปโภคบริโภคให้เพียงพอตลอดฤดูแล้งนี้

จากข้อมูลเกษตรกรทั้ง 10 หมู่บ้านเคยเพาะปลูกข้าวนาปรังมากกว่า 5,000 ไร่ ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 แล้วที่เกษตรกรต้องงดทำนาปรังตามประกาศขอความร่วมมือของทางภาครัฐทำให้เกษตรกรโดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยแรงงานต้องอพยพเคลื่อนย้ายไปรับจ้างยังต่างถิ่นหรือทำอาชีพอื่นเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว ต้องปล่อยพื้นที่ที่เคยทำนาปรังทิ้งร้าง

นายจันทรา ศาลางาม อายุ 68 ปี เกษตรกรบ้านส้มโฮง ต.ท่าม่วง อ.สตึก กล่าวว่า แม้ช่วงนี้จะยังไม่เข้าสู่ฤดูแล้งเต็มตัว แต่ปริมาณน้ำในลำน้ำมูลเริ่มลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ทางองค์การบริหารส่วนตำบลจึงได้ประกาศให้เกษตรกรที่อาศัยอยู่ติดริมน้ำมูลงดทำนาปรัง ซึ่งเกษตรกรก็ให้ความร่วมมือไม่ใช้เครื่องสูบน้ำทุกชนิดสูบน้ำจากลำน้ำมูลขึ้นมาทำนาปรังเพราะเกรงน้ำจะไม่เพียงพอผลิตประปา ทั้งหากสูบน้ำมาทำนาปรังเกรงน้ำจะตื้นเขินแห้งขอดจนอาจส่งผลกระทบต่อปลาและสัตว์น้ำไม่มีที่อยู่อาศัยและสูญพันธุ์ได้

จากผลกระทบดังกล่าวที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงอยากร้องขอให้ภาครัฐเร่งเข้ามาสำรวจสร้างฝายหรือเขื่อนยางเพื่อกักเก็บน้ำมูลไว้ใช้ผลิตประปา ทำการเกษตร และเลี้ยงสัตว์ได้ตลอดทั้งปีด้วย

ความคิดเห็น

comments

About