Sunday, 19/11/2017 | 4:11 UTC+7
i-News

จุดไฟเผาหญ้าลาม จนท.ต้องบินตักน้ำเขื่อนภูมิพลดับไฟ

ชาวบ้านจุดไฟเผาพื้นที่รอหญ้าอ่อนเลี้ยงวัวฝูง ทำไฟลามไหม้ป่าลึกเหนือเขื่อนภูมิพล พื้นที่เข้าถึงยากจนเจ้าหน้าที่ต้องใช้ ฮ.บินตักน้ำเขื่อนสกัดกันเป็นครั้งแรก

วันอาทิตย์ (5 มีนาคม) ผู้สื่อข่าว MGR Online รายงานว่า สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่จังหวัดตากยังคงทวีความรุนแรงต่อเนื่อง ตั้งแต่ 1 ม.ค.-ปัจจุบันมีจุด Hotspot สะสมรวม 221จุด เฉพาะวันเสาร์ (4) พบจุด Hotspot ในพื้นที่จังหวัดตากมากถึง 46 จุด

ซึ่งมีอยู่ 20 จุดเกิดขึ้นในผืนป่าเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ส่วนใหญ่อยู่ในเขต ต.บ้านนา อ.สามเงา ซึ่งเป็นตำบลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด-มีป่าไม้มากที่สุดในประเทศไทย คือประมาณ 1,200,000 ไร่ เป็นแหล่งต้นน้ำที่จะไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล

ส่วนสาเหตุไฟป่าเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลเกิดจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ขอบอ่างลอบจุดไฟหาของป่า ก่อนที่จะลุกลามขยายวงกว้างเข้าไปในป่าลึก ซึ่งมีสภาพเป็นภูเขาสลับซับซ้อนยากต่อการเข้าไปดับไฟ ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จะต้องใช้รถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเข้าไป และเดินเท้าต่ออีก 1-2 วันจึงจะเข้าถึงจุดเกิดเหตุ แต่ก็ไม่สามารถดับไฟได้เนื่องจากเป็นหน้าผาสูงชันเสี่ยงอันตราย

ดังนั้น นายจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าฯ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันจังหวัดตาก จึงได้ประสานขอสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จากศูนย์ปฏิบัติการบินที่ 4 (นครสวรรค์) สำนักการบินอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้ามาช่วยบินตักน้ำจากเขื่อนภูมิพลเพื่อนำไปดับไฟป่าที่เกิดขึ้น

โดยเจ้าหน้าที่ได้บินสำรวจพื้นที่ตามแผนที่ปรากฏในกลุ่มฮอตสปอตสะสม และประจำวัน พร้อมสำรวจแหล่งน้ำที่เหมาะสม จากนั้นจึงทำการติดตั้งบาสเก็ต หรือถุงตักน้ำดับไฟ ตักน้ำที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล เข้าโจมตีพื้นที่เกิดไฟป่า สกัดการลุกลามตามแผนหลักการควบคุม รวม 20 เที่ยว

นายกีรติ เมฆสุวรรณ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการบินที่ 4 (นครสวรรค์) เปิดเผยว่า จากการบินตรวจสอบสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล พบว่าอยู่ห่างไกล และไม่สามารถเข้าไปดับไฟได้ด้วยยานพาหนะภาคพื้นดิน ดังนั้นการใช้อากาศยานตักน้ำไปดับไฟป่าจะสามารถทำได้รวดเร็ว ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ต้องนำเฮลิคอปเตอร์มาช่วยดับไฟป่าเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการใช้เฮลิคอปเตอร์ตักน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลไปทำการดับไฟป่าในจุดที่ยากต่อการปฏิบัติงานภาคพื้นดินแต่ก็มีขีดจำกัด เพราะบางจุดอยู่ห่างไกลจากแหล่งน้ำ ต้องใช้เวลาบินไป-กลับเกิน 20 นาที (แหล่งน้ำไกลจากจุดเกิดเหตุ) ไม่คุ้มค่าต่อการใช้อากาศยาน การใช้เวลาบินนาน-กระแสลมในที่สูง ทำให้น้ำในบาสเก็ตสูญเสียกับการเดินทาง ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการควบคุมไฟป่า

นายสุเมธ มณีรัตนโสภณ หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าแม่ตื่น กล่าวว่า พื้นที่เกิดไฟป่า ส่วนมากอยู่ระหว่างรอยต่อของกลุ่มหมู่บ้านที่อยู่ขอบผืนป่า แล้วลักลอบจุดไฟเผาป่า เพื่อให้เกิดหญ้าอ่อนสำหรับเลี้ยงวัวฝูงจนลามเกิดไฟป่า ซึ่งอยู่บริเวณยอดเขาสูงชันสลับซับซ้อน ไม่มีเส้นทาง ต้องเดินเท้าปีนเขาเข้าถึง ซึ่งเสี่ยง และเป็นอันตรายต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างยิ่ง

ทั้งนี้ การป้องกันไฟป่าได้ดีที่สุดคือ ประสานขอความร่วมมือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องผืนป่าไม่ให้เกิดไฟป่า และขอความร่วมมือไปยังผู้นำหมู่บ้านประชาสัมพันธ์ และกำชับสืบหาผู้จุดไฟ ตามประกาศจังหวัดตาก ห้ามเผาเด็ดขาด ช่วง 60 วัน (14 ก.พ.-14 เม.ย. 60) โดยต้องรับผิดชอบทั้งหมู่บ้าน เพื่อบูรณาการทุกฝ่ายหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะผืนป่าแห่งนี้เป็นต้นน้ำสำคัญที่จะไหลลงสู่น้ำปิง-อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล แม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงพื้นที่ภาคกลาง ลุ่มเจ้าพระยา และกรุงเทพฯ

ความคิดเห็น

comments

About