สำนักงานข่าวกรองของฝรั่งเศสได้ข้อสรุปว่า กองกำลังที่ภักดีต่อประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรียทำการโจมตีด้วยก๊าซทำลายประสาทซารินเมื่อวันที่ 4 เมษายนในตอนเหนือของซีเรีย และว่าอัสซาดหรือคนสนิทที่สุดของเขาเป็นผู้สังการโจมตีนี้
การโจมตีดังกล่าวในเมืองข่านเชคุนคร่าชีวิตคนจำนวนมาก และกระตุ้นให้โลกต้องหันกลับมาให้ความสนใจกับปัญหาในซีเรียอีกครั้ง
เอกสาร 6 หน้านี้ที่ถูกเขียนโดยดกองทัพและหน่วยข่าวกรองต่างชาติของฝรั่งเศสและถูกอ่านโดยรอยเตอร์ ระบุว่า มันสามารถบรรลุถึงข้อสรุปจากตัวอย่างที่พวกเขาเก็บได้จากการโจมตีในพื้นที่และตัวอย่างเลือดจากเหยื่อ
ในหมู่สารประกอบที่พบในตัวอย่างคือเฮกซามีน เครื่องหมายของแก๊สพิษซารีนที่ถูกผลิตโดยรัฐบาลซีเรีย
“หน่วยข่าวกรองฝรั่งเศสพิจารณาว่ามีเพียงบาชาร์ อัล-อัสซาด และคนสนิทที่มีอิทธิพลที่สุดของเขาบางคนเท่านั้นที่สามารถออกคำสั่งให้ใช้อาวุธเคมีได้” รายงานระบุ
รายงานเสริมว่า กลุ่มนักรบญิฮาดในพื้นที่นี้ไม่มีศักยภาพพอที่จะพัฒนาและทำการโจมตีเช่นนี้ และว่ากลุ่มดาอิช (ISIL) ก็ไม่ได้อยู่ในพื้นที่นี้
คำอ้างของอัสซาดต่อสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 13 เมษายนที่ว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นเรื่องแต่งขึ้นไม่มีความน่าเชื่อถือ เมื่อพิจารณาจากการหลั่งไหลของผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจำนวนมากที่เข้ามาในโรงพยาบาลซีเรียและโรงพยาบาลตุรกีในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ตลอดจนจำนวนของกิจกรรมในอินเตอร์เน็ตที่เผยให้เห็นคนที่มีอาการพิษทำลายประสาท โดยเขาอ้างว่าอาวุธเคมีของซีเรียถูกทำลายไปหมดตั้งแต่ปี 2013
แต่ทว่าผลสอบสวนของสหประชาชาติยืนยันว่า 80% ของการโจมตีด้วยอาวุธเคมีเกิดขึ้นหลังจากปี 2013 ซึ่งขัดแย้งกับข้ออ้างของบาชาร์ อัล-อัสซาด แต่กลับไปสอดคล้องกับอดีตนายทหารซีเรียที่ยืนยันว่าซีเรียยังมีอาวุธเคมีซุกซ่อนไว้ราว 2 พันตัน โดยในจำนนวนมีมีแก๊สพิษซารินรวมอยู่หลายร้อยตัน
