Sunday, 22/10/2017 | 4:45 UTC+7
i-News

ต้องปราศจากดอกเบี้ย ย้ำกฎหมายธนาคารอิสลามระบุชัด

ธนาครอิสลามจัดงาน IFTAR DINNER สานสัมพันธ์สื่อมวลชนมุสลิม บอร์ดชารีอะห์ขึ้นเวทีตอกย้ำธนาคารอิสลามเป็นธนาคารที่มีพระราชบัญญัติที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าต้องเป็นธนาคารที่เป็นไปตามหลักการศาสนา ไม่เกี่ยวข้องกับระบบดอกเบี้ย และดำเนินการตามหลักชารีอะห์ ผลิตภัณฑ์ของเราทั้งหมดอยู่ในสายตา และการดูแลของบอร์ดชารีอะห์ ผู้บริหารมืออาชีพที่ดูแลธนาคารของเราอยู่ไม่สามารถขับเคลื่อนหรือออกผลิตภัณฑ์ใดออกนอกกรอบของชารีอะห์ได้ เนื่องจากมีพ.ร.บ.ธนาคารอิสลามคุ้มครองอยู่ ถ้ามีผู้เห็นหนทางว่าไม่ถูกต้องขอให้นำเสนอว่าที่ถูกต้องต้องทำอย่างไรก็ขอให้นำเสนอเพื่อมาแก้ไขให้เป็นไปโดยถูกต้อง ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อพี่น้อง และพระผู้เป็นเจ้าในวันอาคีเราะห์

คุณ ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยกล่าวว่า “เดือนรอมฎอนเป็นวาระที่มีความสำคัญของศาสนาอิสลาม เป็นเดือนแห่งความเชื่อมั่นที่มวลมุสลิมจะปฎิบัติตามแบบอย่างของศาสดามูฮัมหมัดอย่างเต็มความสามารถ ด้วยจิตใจที่แน่วแน่มั่นคง โดยการถือศีลอด งดเว้นการบริโภคอาหาร และเครื่องดื่มทุกชนิด ละเว้นการกระทำที่จะสร้างความเสียหายให้แก่ตนเองและสังคม ทั้งการมอง การพูด รวมทั้งไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งต้องห้ามทั้งหลาย”

“การถือศีลอดเป็นทั้งการฝึกความอดทน และความอดกลั้นอันนำไปสู่ความเข้มแข็งของทั้งร่างกาย และจิตใจ ทำให้ผู้ปฎิบัติได้รับทราบ และเข้าถึงสภาพอันแท้จริงของผู้ที่อัตคัดขัดสน ทำให้มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และเป็นการขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์อย่างแท้จริง”

ดร.อณัส อมาตยกุล ประธานบอร์ด ชารีอะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยกล่าวว่า “ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยเกิดขึ้นมาในช่วงที่โลกก้าวเข้าสู่โกโบไลเซชั่นดังนั้นจำเป็นต้องมีผู้บริหารธนาคารมืออาชีพเพื่อนำพาธนาคารไปสู้มาตรฐานการให้บริการ และธุรกรรมสมัยใหม่”

“โดยธนาครอิสลามนั้นต้องปราศจากดอกเบี้ย และดำเนินการตามหลักชารีอะห์ ธนาคารอิสลาจึงต้องมีผู้รู้ชารีอะห์มาเป็นผู้ให้แนวทางในการทำเนินการโดยทุกผลิตภัณฑ์ที่ทางธนาคารคิดขึ้นมา ทางบอร์ดชารีอะห์จะเป็นผู้ตรวจสอบตัวผลิตภัณฑ์ว่าสอดคล้องกับหลังชารีอะห์หรือไม่ เป็นไปตามที่อัลลอฮฺตะอาลา อนุญาตหรือไม่ และมีประเด็นใดเครือบแคลงหรือไม่”

“สังคมมุสลิมควรมีความมั่นใจสูงสุดว่าธนาคารอิสลามเป็นธนาคารที่มีศักดิ์ และสิทธิ์พร้อมต่อชื่อธนาคารอิสลาม เนื่องจากธุรกรรมของธนาคารนี้เป็นธุรกรรมตามหลักชารีอะห์ที่อัลลอฮฺทรงประทานมาผ่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลั๊ลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม แม้ว่าเคาเตอร์ธนาคารจะเหมือนกับเคาเตอร์อื่นๆ ทั่วไป แต่วิธีการที่จะเกิดผลิตภัณฑ์ของเราทั้งหมดอยู่ในสายตา และการดูแลของบอร์ดชารีอะห์” ดร.อณัส กล่าว

“และตามที่สังคมยังกังขา และเครือบแคลงอยู่ว่าบอร์ดชารีอะห์ไม่มีอำนาจในการทำให้ทุกธุรกรรมเป็นไปตามชารีอะห์นั้นเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเท่านั้น เพราะว่าผู้บริหารมืออาชีพที่ดูแลธนาคารของเราอยู่ไม่สามารถขับเคลื่อนหรือออกผลิตภัณฑ์ใดออกนอกกรอบของชารีอะห์ได้ เนื่องจากมีพ.ร.บ.ธนาคารอิสลามคุ้มครองอยู่”

ดร.อณัส กล่าวอีกว่า”แม้แต่ลูกค้าที่รับสินเชื่อไปแล้ว การเบิกเงินเป็นระยะๆ ตลอดหลายปีนี้ บางครั้งธนาคารสาขายังส่งเรื่องเข้ามาเพื่อให้ยับยั้งด้วยความคลางแคลงใจว่าธุรกรรมที่ลูกค้ารับสินเชื่อไปนั้นจะออกนอกกรอบชารีอะห์ ในเวลานั้นบอร์ดชารีอะห์ก็มีอำนาจในการยับยั้งได้เช่นเดียวกัน ธนาคารอิสลามเป็นธนาคารที่ใช้ฮุก่มของอัลลอฮฺตะอาลาบนหน้าแผ่นดินนี้”

อ.อรุณ บุญชม กล่าวว่า”ถ้าจะนับอายุธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย นับตั้งแต่มีสาขาแรกสาขาคลองตัน เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2546 ถึงวันนี้มีอายุ 15 ปีแล้ว ก็ได้พบกับอุปสรรค์หลายอย่าง แต่ทางผู้บริหาร และรัฐบาลก็พยามแก้ไข”

“ธนาคารอิสลามเป็นธนาคารที่มีพระราชบัญญัติที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าต้องเป็นธนาคารที่เป็นไปตามหลักการศาสนา ไม่เกี่ยวข้องกับระบบดอกเบี้ย และยังบังคับให้มีการจัดตั้งคณะที่ปรึกษาที่ประกอบด้วยประธาน 1 ท่าน และที่ปรึกษาอีก 4 ท่าน ทำหน้าที่ให้คำปรึกษากับผู้บริหารเพื่อให้การดำเนินการนั้นเป็นไปโดยถูกต้องตามหลักการศาสนาอิสลาม”

อ.อรุณ กล่าวอีกว่า “ธนาคารอิสลามได้ดำเนินการตามหลักชารีอะห์ในทุกรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่ธนาคารนำออกมาให้บริการ ถ้ามีผู้ใดสงสัยในผลิตภัณฑ์ของธนาคารถูกต้องหรือยัง ถ้ามีผู้เห็นหนทางว่าไม่ถูกต้องขอให้นำเสนอว่าที่ถูกต้องต้องทำอย่างไรก็ขอให้นำเสนอเพื่อมาแก้ไขให้เป็นไปโดยถูกต้อง ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อพี่น้อง และพระผู้เป็นเจ้าในวันอาคีเราะห์ ยืนยันว่าทุกผลิตภัณฑที่มีอยู่ตอนนี้นั้นถูกต้องตามหลักการศาสนา”

ดร.มะรอนิง สะแลมิง กล่วว่า “บางครั้งเราเห็นธนาคารอิสลามในประเทศต่างๆ ในผลิตภัณฑ์แบบเดียวกันแต่อาจจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นไปได้ในหลักการวินิจฉัยที่ต่างกันทำให้เกิดการตีความที่ต่างกัน แต่ทุกฝ่ายจะให้เกียรติซึ่งกันและกันไม่ใช่ว่าต่างกันแล้วจะต้องผิด”

อ.ปราโมทย์ มีสุวรรณ กล่าวว่า “เราในฐานะที่ปรึกษาทุกคนรับผิดชอบภาระที่หนัก ก็คือเรื่องของอมานะ ที่ต้องกลั่นกรองทุกอย่างให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ขอให้มีความมั่นใจในสิ่งที่เราได้กลั่นกรองออกมา”

อ.เสนีย์ อยู่เป็นสุข กล่าวว่า “หากท่านต่างๆ ตั้งบริษัทของตนขึ้น มาตรฐานก็จะต่างกัน เราก็จะรู้จักในส่วนขององค์กรของตัวเอง สิ่งหนึ่งที่อิสลามมีคือชารีอะห์ซึ่งมีมาตรฐานเดียว ไม่เหมือนกันองค์กรที่ตั้งขึ้นมามีหลายมาตรฐาน ธนาคารอิสลามถูกสร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของชารีอะห์ ความรับผิดชอบตรงนี้บาครั้งเราทำหน้าที่เต็มกำลังความสามารถแล้ว ชารีอะห์บนความสามารถของมนุษย์ไม่สามารถทำได้ทุกเรื่องเพราะมนุษย์มีข้อบกพร่อง ฉนั้นชารีอะห์ของธนาคารอิสลามเราทำเต็มกำลังความสามารถของเราเท่าที่เรามีความสามารถ”

ดร.อณัส อมาตยกุล กล่าวย้ำถึงความจำเป็นที่พี่น้องมุสลิมต้องใช้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยว่า “คำสอนอิสลามที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน, ทรัพย์สิน, การค้าขาย, การลงทุน มีอยู่ในชารีอะห์ โลกมุสลิมก็ใช้แบบนี้-มาตลอด เพียงแต่ว่าในศตวรรศที่ 17-19 ชาวตะวันตกได้ออกล่าอณานิคมไปทั่วโลก ทุกแห่งที่เขายึดได้สิ่งแรกก็คือการบังคับให้เลิกใช้ชารีอะห์ ดั้งนั้นในช่วง 300 ปีทำให้มุสิมไม่ได้ใช่ชารีอะห์ในเรื่องธุรกรรมทางการเงินเลย ดังนั้นเมื่อประเทศมุสลิมได้รับเอกราชจึงไม่มีธนาคารอิสลาม ที่เป็นเช่นนี้เพราะเราถูกบีบบังคับให้เลิกใช้ชารีอะห์ แต่บัดนี้เมื่อมีเสรีภาพ รัฐธรรมนูญไทยได้ให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา เมื่ออัลลอฮตะอาลาทรงประทานให้ดินแดนแห่งเสรีภาพนี้เรามีสิทธิ์ที่จะใช้การทำอามาล อิบาดะห์ และมุอามาลาต ในธุรกรรมทางการเงินได้ จึงถือเป็นวายิบ(หน้าที่)สำหรับพวกเราทุกท่านในการฟื้นฟูอิสลาม และหวังว่าพวกเราจะก้าวเข้ามาแบกรับภาระทำให้ชารีอะห์นี้มั่นคงบนหน้าแผ่นดิน”


ความคิดเห็น

comments

About