พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) รับผิดชอบงานจราจร พร้อมด้วยผู้แทนการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัทผู้รับเหมา ร่วมประชุมหารือ แผนจัดการจราจร กรณีที่จะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันออก ศูนย์วัฒนธรรมฯ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เป็นโครงการสร้างทางวิ่งใต้ดิน และยกระดับ มีสถานีใต้ดิน 10 สถานี ตั้งแต่ศูนย์วัฒนธรรมฯ-บ้านม้า และสถานียกระดับ 7 สถานี จากคลองบ้านม้า ถึง สุวินทวงศ์ ระยะทางรวมประมาณ 23 กิโลเมตร
นายไพรัตน์ พรหมอินทร์ ผู้จัดการโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันออก เปิดเผยว่า โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ จะเริ่มต้นจากสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เบี่ยงเข้าแนวถนนพระราม 9 ตัดผ่านถนนประดิษฐ์มนูธรรม เลี้ยวซ้ายเข้าถนนรามคำแหง ผ่านแยกลำสาลี ตัดผ่านถนนกาญจนาภิเษก ไปสิ้นสุดที่จุดตัดกับถนนสุวินทวงศ์ บริเวณมีนบุรี ซึ่งจุดที่จะส่งกระทบต่อสภาพการจราจรเป็นอย่างมาก คือ แนวก่อสร้างถนนรามคำแหง มี 4 สถานีใต้ดิน บริเวณเกาะกลางถนน จุดแรก หน้าเดอะมอลล์ รามคำแหง จุดที่สอง เกาะกลางถนนหน้า มหาวิทยาลัยรามคำแหง จุดที่สาม บริเวณหน้าการกีฬาแห่งประเทศไทย บริเวณใต้สะพานยกระดับรามคำแหง ส่วนจุดที่สี่ คือ บริเวณหัวหมาก หน้าโรงแรมอเล็กซานเดอร์ ที่ขณะก่อสร้างโครงการฯ จะใช้พื้นที่ถนนรามคำแหงเป็นทางเชื่อมทางขึ้น
นายไพรัตน์ กล่าว ตามแผนการก่อสร้างในช่วงเดือนสิงหาคม 2560 จะเริ่มทำการเคลื่อนย้ายระบบสาธารณูปโภค ก่อนจะเริ่มลงพื้นที่ก่อสร้างสถานีใต้ดินภายในเดือนพฤศจิกายน โดยจะเริ่มจากบริเวณหัวหมาก หน้าสนามกีฬาฯ ใช้เวลา 45 เดือน หรือ 4 ปี จากสัญญาโครงการก่อสร้าง 66 เดือน
ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) รับผิดชอบงานจราจร กล่าวว่า ผลกระทบต่อสภาพการจราจรที่จะเกิดขึ้น ระหว่างการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้า ทั้ง 4 จุด จะทำให้การจราจรบนถนนรามคำแหง และทางยกระดับรามคำแหง ติดขัด เนื่องจาก บริเวณหน้าเดอะมอลล์ รามคำแหง เป็นจุดทางลงยกระดับ ในด้านขาเข้าฯ และเป็นจุดก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าฯ ซึ่งการหารือเบื้องต้น ได้วางแนวทางว่า อาจจจะต้องปิดทางลงยกระดับรามคำแหง หน้าเดอะมอลล์รามฯ ในทิศทางเข้าเมือง และใช้ระบบรีเวิร์สซิเบิ้ลเลนใน ทิศทางขาออกเมือง เพื่อรับปริมาณรถ ขาเข้าเมืองที่มีจำนวนมาก ในชั่วโมงเร่งด่วนเช้า
นอกจากนี้ อาจต้องลดทางเดินเท้าลง เพื่อขยายพื้นผิวจราจรให้มากขึ้น ส่วนในด้านพื้นราบจะพยายามคงช่องทางการจราจร จากปกติที่มี 3 ช่องทาง ก็ยังคงเท่าเดิมแต่อาจมีการบีบให้แคบลงบ้าง
พล.ต.ต.จิรพัฒน์ กล่าว ผลกระทบที่คาดการณ์ไว้หากเกิดเหตุรถเสีย หรืออุบัติเหตุ หรือกระทั่งการจัดกิจกรรมภายในสนามกีฬาฯ หรือใน ม.รามคำแหง ถนนรามคำแหง ซึ่งเมื่อลงพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่วนตะวันออก อาจจะทำให้ ถนนพระราม 9 และถนนวงรอบชั้นในทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นถนนพระราม 9 โบสถ์แม่พระ สามเหลี่ยมดินแดง ราชปรารถ ประตูน้ำ สุขมวิท พระราม 1 พระราม 4 สีลม สาทร ติดขัดต่อเนื่องไปด้วย หลังจากนี้จะต้องมีการหารือหาข้อสรุปที่จะทำให้ส่งผลกระทบต่อการจราจรน้อยที่สุด ก่อนเริ่มก่อสร้างจริงต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 เป็นต้นไป จะมีการสำรวจชั้นดินบริเวณเกาะกลาง ตั้งแต่ แยกบ้านม้า ไปมีนบุรี บริเวณปากซอยรามคำแหง 135-137 ช่วงละ 300 เมตร เพื่อเตรียมรับการก่อสร้างในเฟส 4 ซึ่งจะทำให้ผิวการจราจรจาก 3 ช่องทาง เหลือเพียง 2 ช่องทาง แต่ด้วยถนนรามคำแหง บริเวณดังกล่าวค่อนข้างกว้าง ดังนั้นการแก้ไขจะออกข้อบังคับเจ้าพนักงานงานจราจรในการห้ามจอดรถ ระหว่างที่ผู้รับเหมาฯ ดำเนินการสำรวจชั้นดินบริเวณดังกล่าว
ที่มา สวพ.FM91

