Friday, 24/11/2017 | 7:14 UTC+7
i-News

“สัมมนาอิสลามนานาชาติครั้งที่ 4” ม.อ.ปัตตานีแถลงจัดใหญ่ นักวิชาการ 40 ประเทศทั่วโลกร่วม

​ม.อ.ปัตตานี เชิญนักวิชาการ ผู้บริหารประเทศ และปราชญ์มุสลิม จาก 40 ประเทศ ทั่วโลก ร่วม 400 คน ร่วมสัมมนา การศึกษาอิสลาม : พลังแห่งการขับเคลื่อนในการพัฒนาและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2560 ณ วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

​เมื่อวันพุธ (19 กรกฎาคม) ที่วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร. ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการวิทยาลัยอิสลามศึกษา ดร.ยูโซะ ตาเละ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอิสลามศึกษา และรองศาสตราจารย์อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดสัมมนา “การศึกษาอิสลาม : พลังแห่งการขับเคลื่อนในการพัฒนาและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2560 ณ วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี โดยมีพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา ซึ่งเป็นการจัดการสัมมนาครั้งที่ 4 ในรอบ 8 ปี โดยในครั้งนี้มีนักวิชาการ ผู้บริหารประเทศ และปราชญ์มุสลิม จาก 40 ประเทศ ทั่วโลก ร่วม 400 คน ร่วมการสัมมนา

​รองศาสตราจารย์ ดร. ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวถึงความเป็นมาของการสัมมนา และวัตถุประสงค์ของการจัดสัมมนา ครั้งนี้ความว่า สืบเนื่องจากการจัดสัมมนาอิสลามศึกษานานาชาติ 3 ครั้งที่ผ่านมา โดยครั้งแรก เมื่อปี 2553 นักวิชาการด้านอิสลามศึกษา จาก 16 ประเทศ ได้ร่วมกันกำหนด “ปฏิญญาปัตตานี การสัมมนาอิสลามศึกษานานาชาติ ครั้งที่ 2 จัดขึ้นเมื่อปี 2556 ได้ยกระดับการจัดการศึกษาของวิทยาลัยอิสลามศึกษาให้ก้าวหน้าสู่นานาชาติสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาอาเซียน ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนมุสลิมและสร้างสังคมสันติสุขและสมานฉันท์ที่ยังยื่นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การสัมมนาอิสลามศึกษานานาชาติ ครั้งที่ 3 เมื่อปี 2558 ได้กำหนดให้วิทยาลัยอิสลามศึกษาเป็นสถาบันที่พร้อมในการบริการวิชาการแก่ชุมชนทั้งระดับนักเรียน นักศึกษา บัณฑิต รวมทั้งคณาจารย์ต่างๆ ทั้งนี้เพื่อให้คนเหล่านั้นสามารถเข้าใจถึงวิถีของอิสลามสายกลาง สามารถที่จะไตร่ตรองสิ่งต่างๆ เพื่อยับยั้งสิ่งที่ไม่ดีจนสามารถสร้างความสงบร่มเย็นแก่ชุมชนได้

​จากผลของการสัมมนาอิสลามศึกษานานาชาติทั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา วิทยาลัยอิสลามศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จึงได้เอาแนวคิด หลักการ และวิธีการต่างๆ ต่อยอด จัดโครงการการสัมมนาอิสลามศึกษานานาชาติ ครั้งที่ 4 ในหัวข้อ “การศึกษาอิสลาม : พลังแห่งการขับเคลื่อนในการพัฒนาและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข” (Islamic Education as a Driving Force for a Peaceful Coexistence and Development) ขึ้นเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ วิจัย และการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา เพื่อเป็นเวทีให้การแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น และประสบการณ์ระหว่างนักวิชาการด้านอิสลามศึกษาและผู้นำทางศาสนาอิสลามเพื่อสร้างเครือข่ายทางด้านอิสลามศึกษาในระดับอาเซียนและระดับโลกและเพื่อให้สังคมตระหนักในคุณค่าของอิสลามชี้นำให้ประชาชาติมีความสามัคคี ปรองดอง และสมานฉันท์และสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในสังคมพหุวัฒนธรรม

​ศาสตราจารย์ ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการวิทยาลัยอิสลามศึกษา กล่าวถึงผลการจัดการสัมมนาครั้งที่ผ่านมาความว่า การสัมมนาอิสลามศึกษานานาชาติ ในครั้งนี้ เป็นโครงการต่อเนื่องจากการสัมมนาอิสลามศึกษานานาชาติ 3 ครั้งที่ผ่านมา โดยการจัดสัมมนาครั้งแรกเมื่อวันที่ 21-23 ธันวาคม 2553 เรื่อง “บทบาทอิสลามศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์ ผลที่ได้รับจากการประชุมสัมมนาในครั้งนั้น คือ ปฏิญญาปัตตานี (FATONI DECLARATION) มีสาระสำคัญคือ ข้อตกลงความร่วมมือระหว่างเครือข่ายภาคีในการพัฒนาการศึกษาอิสลามศึกษาและภาษาอาหรับให้มีคุณภาพและสามารถเป็นฐานในการประกอบอาชีพและพัฒนาสังคมให้มีความสันติสุข การสัมมนาครั้งที่ 2 ในปี 2556 ในหัวข้อ “อิสลามศึกษาในโลกที่เปลี่ยนแปลง : โอกาสและสิ่งท้าทาย” ผลจากการสัมมนาคือ ได้ยกระดับการจัดการศึกษาของวิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ให้ก้าวสู่นานาชาติ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการศึกษาเอเซียน หรือ Asean Education Hub ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนมุสลิม และสร้างสังคมสันติสุขและสมานฉันท์ที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ในอนาคต สร้างภาพมุสลิมในประเทศไทยต่อสายตาชาวโลกมุสลิมในมิติเสรีภาพทางวิชาการและการนับถือศาสนาเกิดเครือข่ายอิสลามศึกษา มีการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ นักศึกษา มีการร่วมมือทางวิชาการและการวิจัยร่วมกัน

​ในการจัดสัมมนาครั้งที่ 3 เมื่อปี 2558 นักวิชาการมุสลิมโลก รวม 500 คน จาก 25 ประเทศ เปิดประเด็น “ค่านิยมอิสลามในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง” ผลจากการสัมมนาครั้งนี้ทำให้เกิดการอภิปรายในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับค่านิยมอิสลามและกลั่นกรองเอาประสบการณ์การนำค่านิยมเหล่านี้ไปใช้ในชุมชนมุสลิมหรือไม่ใช่มุสลิมที่แตกต่างกันทั่วโลก สร้างวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสันติภาพและความสงบสุขในชุมชนที่หลากหลาย พร้อมทั้งหลักกฎหมายอิสลามด้านดุลยภาพ ความเป็นเลิศและความพอดี (สายกลาง) ในยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง และสิทธิมนุษยชนกลุ่มน้อยในสังคม ซึ่งนำไปสู่การความร่วมมือกันอย่างดีและจริงจังระหว่างรัฐบาล สถาบันการศึกษา ปัญญาชน องค์กรการกุศล นักการศึกษา นักวิทยาศาสตร์และนักคิดทุกท่าน ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในโลกและส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนในปัจจุบัน

​​นอกเหนือจากการมีปฏิญญาปัตตานี และออกแถลงการณ์ของการสัมมนาในแต่ละครั้งแล้วยังได้จัดตั้งโรงเรียนสาธิตอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ การจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์บูรณาการอิสลาม และให้ความสำคัญในการพัฒนาคุณธรรมนักเรียนเพื่อการเป็นมุสลิมที่ดี ยึดปฏิบัติตาม ดุลยภาพอิสลาม, จัดตั้งศูนย์ทดสอบและพัฒนาภาษาอาหรับเพื่ออิสลามศึกษา ซึ่งเป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนามาตรฐานภาษาอาหรับของนักเรียนอิสลามศึกษาในประเทศไทย, จัดตั้งคณะกรรมการประสานงานอิสลามศึกษา (ISCC) ซึ่งเป็นคณะทำงานเพื่อกำหนดทิศทางของการสัมมนาอิสลามศึกษานานาชาติ, โครงการเครือข่ายอิสลามศึกษานานาชาติ (International Islamic Studies Network – IISN) เพื่อแลกเปลี่ยนนักศึกษาและบุคลากรระหว่างมหาวิทยาลัย อาทิมหาวิทยาลัยในประเทศตุรกี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จอร์แดน บรูไน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เป็นต้น การจัดตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านอิสลา (ATSDC), การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลการจัดการข้อมูลอิสลาม (iCentre) เพื่อเป็นศูนย์ในการจัดระบบ ผ่านกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการอิสลามศึกษา และเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องให้นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไปสามารถการเข้าถึงบริการ, จัดตั้งศูนย์วิจัยประยุกต์หลักการสายกลาง (วะสะฎิยะฮ) ในสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อศึกษาวิจัยหลักการสายกลางเพื่อประยุกต์ใช้ในสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อนำสู่แนวทางการอยู่ร่วมกันอย่างสันติที่ยั่งยืนบนพื้นฐานความเคารพ ให้เกียรติและยอมรับในความหลากหลายทางอัตลักษณ์, โครงการวิสาหกิจเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ (SEED) เป็นกิจการเพื่อสังคมในการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนแบบองค์รวมที่มีความมั่นคงและยั่งยืน โดยยึดหลักการทำงานร่วมระหว่างสถาบันการศึกษาระดับ อุดมศึกษากับชุมชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องเป็นระบบและรับผิดชอบในฐานะเป็นหุ้นส่วนที่มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างแท้จริง

​ดร.ยูโซะ ตาเละ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอิสลามศึกษา กล่าวถึงความคืบหน้าของการดำเนินการสัมมนา วิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ว่า การสัมมนาอิสลามศึกษานานาชาติ ครั้งที่ 4 การศึกษาอิสลาม : พลังแห่งการขับเคลื่อนในการพัฒนาและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข (Islamic Education as a Driving Force for a Peaceful Coexistence and Development) ในวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2560 โดยครั้งนี้มีเป้าหมาย ผู้เข้าร่วมสัมมนาจากทุกทวีปทั่วโลกรวม 40 ประเทศ จํานวน 500 คน มีประเทศที่ตอบรับการเข้าร่วมมาแล้ว 37 ประเทศ ได้แก่ ประเทศแอลจีเรีย, บาห์เรน, บรูไน, อียิปต์, อังกฤษ, กินี, อินเดีย, อินโดนีเซีย, อิรัก, ญี่ปุ่น, จอร์แดน, คูเวต, ลาว, ไลบีเรีย, ลิเบีย, จีน, มาซิโดเนีย, มาเลเซีย, มัลดีฟส์, โมร็อกโก, ไนจีเรีย, โอมาน, ปากีสถาน, ฟิลิปปินส์, กาตาร์, รัสเซีย, ซาอุดิอารเบีย, ศรีลังกา, ซูดาน, ติมอร์-เลสเต, ตุรกี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ยูกันดา, ยูเครน, สหรัฐอเมริกา, เยเมน และไทย โดยมีพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา​​นอกจากนี้จะมีการนำเสนอผลงานวิจัย บทความวิชาการจากนักวิชาการด้านอิสลามทั่วโลก กว่า 40 บทความ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาอิสลาม : พลังแห่งการขับเคลื่อนในการพัฒนาและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ยังจะมีการประชุมของผู้แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาทางด้านอิสลามศึกษาชั้นนำของโลกเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือทางวิชาการ วิจัย และการแลกเปลี่ยนคณาจารย์ บุคลากร และนักศึกษาอีกด้วย

​​รองศาสตราจารย์อิ่มจิต เลิศพงษ์สมบัติ รองอธิการบดีวิทยาเขตปัตตานี ได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชน ผู้สนับสนุนการจัดการสัมมนานานาชาติ และผู้ร่วมเป็นเกียรติในการแถลงข่าวความว่า ตามที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้จัดการสัมมนาอิสลามศึกษานานาชาติ ทุก 2 ปี และได้รับเกียรติจากสื่อมวลชนร่วมเป็นเกียรติและทำข่าวเผยแพร่เจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยฯในการนำอิสลามศึกษามาเป็นพลังในการขับเคลื่อน เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติของประชาคมโลก และยกระดับการจัดการศึกษาของวิทยาลัยอิสลามศึกษาให้ก้าวสู่ความเป็นนานาชาติ ตลอดจนเพื่อแสวงหาความร่วมมือทางวิชาการด้านอิสลามศึกษาแก่วิทยาลัยอิสลามศึกษาในการพัฒนาหลักสูตรและบุคลากร และรูปแบบการเรียนการสอน ตลอดจนช่วยเสริมสร้างบรรยากาศทางวิชาการ ตลอดจนเพื่อสร้างสังคมสันติสุขและความสมานฉันท์ที่ยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

​มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ขอขอบพระคุณรัฐบาลที่เห็นความสำคัญและสนับสนุนการจัดสัมมนามาอิสลามศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ขอบพระคุณนักวิชาการ และนักการศาสนาจากทั้งใน และต่างประเทศที่ร่วมผลักดันการจัดการสัมมนาทุกครั้งที่ผ่านมา และขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนที่ส่งเสริมสนับสนุนการให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ดำเนินภารกิจไม่ว่าจะเป็นการแสวงหาความรู้ การวิจัย การบริการวิชาการแก่สังคม สนับสนุนส่งเสริมการจัดการศึกษา และขอขอบพระคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่กรุณาประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข่าวสารของมหาวิทยาลัยอย่างสม่ำเสมอ และคาดหวังว่าท่านจะกรุณาร่วมเป็นเกียรติในการสัมมนา “การศึกษาอิสลาม พลังแห่งการขับเคลื่อนในการพัฒนาและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข” ในระหว่างวันที่ 24-26กรกฎาคม 2560 อีกครั้งหนึ่ง.

รับชม ฟังการถ่ายทอดสดการแถลงข่าวสัมมนานาชาติอิสลามศึกษา ได้ที่ https://www.facebook.com/PSU.PattaniCampus/posts/1424621750954665

ความคิดเห็น

comments

About