Sunday, 22/10/2017 | 1:54 UTC+7
i-News

รัสเซียโชว์ ฮ.Mi-17 โฉมใหม่ พัฒนาจากเลือดเนื้อชาวซีเรีย

บริษัทรัสเซียเฮลิคอปเตอร์ส (Russian Helicopters) ในเครือรัฐวิสาหกิจรอสเท็ค (ROSTEC) ผู้ผลิตเฮลิคอปเตอร์ รายใหญ่ ได้ผลิต ฮ.รุ่นใหม่ออกมาภายใต้รหัส Mi-171Sh-VN ซึ่งพัฒนาขึ้นมาจากประสบการเข้าร่วมโจมตีเป้าหมายในซีเรียเพื่อปกป้องระบอบการปกครองของบาชาร์ อัล-อัสซาด โดยอ้างว่า ฮ.รุ่นนี้สร้างขึ้นสำหรับภารกิจต่อต้านการก่อการร้ายโดยเฉพาะ โดยติดระบบป้องกันตนเองที่เรียกว่า “President S” รวมทั้งติดระบบอาวุธโจมตี ทั้งนำวิถีและไม่นำวิถีหลากหลายชนิด ทำให้ ฮ.ขนส่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาดโลกรุ่นนี้ อัพเกรดกลายเป็น ฮ.โจมตีเต็มพิกัด

บริษัทนี้กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมอนุมัติให้ ส่งออก Mi-171Sh-VN ให้แก่ลูกค้าที่สนใจได้ ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวทาสส์ (TASS) ของรัสเซีย

“Mi-171Sh-VN เป็นเวอร์ชั่นใหม่ที่ก้าวหน้า ของเฮลิคอปเตอร์ขนส่งในตระกูล Mi-8/17 ที่อัปเดทขึ้นใหม่ โดยโรงงานอากาศยานอูลาน-อูเด (Ulan-Ude Aviation Plant) มีพร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าที่มีศักยภาพแล้ว” สำนักข่าวของทางการ รายงานอ้างเอกสารแถลงข่าว ของ RH ในงานนิทรรศการอากาศยานและอวกาศ MAKS-2017 ที่จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ท่าอากาศยานนานาชาติซูคอฟสกี ชานกรุงมอสโก โดยรัสเซียทำยอดขายในงานได้เพียง 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ในจำนวนนี้กว่าครึ่งของสัญญาเป็นการเช่าเครื่องบินแทนการซื้อ

นายอันเดร โบกินสกี (Andrey Boginsky) ซีอีโอของ RH กล่าวว่า การออกแบบทางเทคนิคของ Mi-171Sh-VN ทำขึ้นจากประสบการณ์การใช้งานที่ผ่านมา รวมทั้งการเข้าร่วมปฎิบัติการทางทหารในซีเรียด้วย

“เฮลิคอปเตอร์ถูกออกแบบใหม่ในหลายฟีเจอร์ ในการเสริมสมรรถนะด้านประสิทธิภาพ และ ความทนทานต่อความเสียหายจากการสู้รบ” เอกสารที่อ้างคำกล่าวของนายโบกินสกี

ฮ.รุ่นใหม่ล่าสุด ติดตั้งเครื่องยนต์รุ่นใหม่ ที่ประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม บินได้ในระดับความสูงมากกว่าเดิม และ ออกปฏิบัติการได้ในทุกสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งระบบการบรรทุกสัมภาระใหม่ ออกแบบโรเตอร์ใหม่ใช้โลหะผสม ทำเป็นรูปไขว้แบบอักษรเอ็กซ์ (X) ต่อต้านแรงบิด สามารถบินด้วยความเร็วปรกติได้ 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความเร็วสูงสุด 280 กม/ชม รับน้ำหนักเมื่อขึ้นบินได้ 13,500 กิโลกรัม

นอกจากนั้นยังติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมการบินใหม่ กระจกห้องนักบิน ติดตั้งอุปกรณ์อะนาล็อก ทนทานต่อความเสียหาย จากการสู้รบมากยิ่งขึ้น ติดตั้ง ระบบป้องกันตนเอง President S สามารถตรวจจับอาวุธปล่อยนำวิถี ที่ฝ่ายตรงข้ามยิงเข้าใส่ ส่งสัญญารบกวนการนำวิถีของหัวรบ และ ปล่อยเป้าลวงแบบ “บัลลูนร้อน” ให้ชนแทน

ห้องนักบิน กับส่วนบรรทุกสัมภาระ หุ้มด้วยวัสดุเคฟลาร์ (Kevlar/วัสดุใช้ทำเสื้อเกราะ) ข้างลำตัวด้านซ้ายกับด้านขวา หุ้มด้วยเคฟลาร์เช่นกัน นอกจากนั้นที่นั่งของบักบินกับลูกเรือ ยังใช้ระบบยืดหยุ่น รองรับการลงจอด ช่วยเพิ่มโอกาสความปลอดภัยของทุกคน จากการกระแทก ในยามจอดที่รุนแรง (hard landing) และ ยังติดระบบอาวุธได้หลายระบบ

ในขณะที่รัสเซียส่ง Mi-8 กับ Mi-17 ไปทำหน้าที่สนับสนุนภาระกิจคุ้มครองระบอบการปกครองบาชาร์ อัล-อัสซาดในซีเรีย รัสเซียก็ส่งเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ Mi-24 “ฮายด์” (Hind) กับ “ไอ้เคี่ยม” ฮ.พิฆาต Ka-52 (Alligator) ออกปฏิบัติการในซีเรียบ่อยครั้ง จึงมีประสบการณ์มากที่สุด ในการโจมตีเป้าหมายจำเพาะ ทางพื้นดินด้วยอากาศยานปีกหมุน ซึ่งเป็นภารกิจที่เครื่องบินโจมตีทิ้งระเบิดไอพ่น ไม่สามารถปฏิบัติการแทนได้

ในช่วง 2 ปีมานี้ มีวิดีโอถ่ายทำโดยฝ่ายตรงข้าม หลายชิ้นแสดงให้เห็นปฏิบัติการของ ฮ.โจมตีกับ ฮ.พิฆาตของรัสเซีย ในบางกรณีนักบินนำ ฮ.ลงบินต่ำ เกือบติดพื้น ไล่ยิงใส่พื้นที่เป้าหมาย

เท่าที่มีการยื่นยันอย่างเป็นทางการ ในสงครามซีเรียที่ผ่านมามี Mi-24 ถูกยิงตก 1 ลำ ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถีแบบ “แมนแพด” (MANPAD/ประทับไหล่ยิง) ขณะปฏิบัติการโจมตีเขตโบราณสถานพาลมีรา (Palmyra) อีก 1 ลำ ถูกยิงตก ขณะบินระยะต่ำค้นหาลูกเรือของ ฮ.อีกลำที่ลงจอดฉุกเฉิน ทั้งสองกรณีนักบินเสียชีวิตทั้งหมด

ความคิดเห็น

comments

About