Wednesday, 13/12/2017 | 8:36 UTC+7
i-News

ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาเลย์ อ้างเป็น จนท.ตุ๋นเหยื่อโอนเงินผ่าน ATM

ดีเอสไอผสานกำลังหลายหน่วยงาน ทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ-ปปง.-ป.ป.ส.-เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ หลอกเหยื่อโอนเงินฝากเงินสดเข้าตู้ฝากเงินสดอัตโนมัติ รวบผู้ต้องหาชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนได้ 2 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

วันพุธ (2 สิงหาคม) เวลา 11.00 น. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.วิชัย สุวรรณประเสริฐ ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ พ.ต.ท.ธวัชชัย ศรีวรกุล ผอ.ศูนย์อำนวยการส่วนสำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ 2 และ นายมานพ ศรวิบูลย์ศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิบัติการนครหลวง บจก.ไปรษณีย์ไทย ร่วมแถลงผลการทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกโอนเงิน พร้อมของกลาง 41 รายการ เช่น เงินสด 497,100 บาท พร้อมสมุดบัญชีธนาคาร 6 เล่ม บัตรกดเงินสด (เอทีเอ็ม) 8 ใบ โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง และซิมการ์ดโทรศัพท์มือถืออีกหลาย 10 อัน โดยติดตามจับกุมได้ในพื้นที่ ต.ด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า สืบเนื่องจากมีกลุ่มผู้กระทำความผิดใช้โทรศัพท์ผ่านทางระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ติดต่อกับประชาชนผู้เสียหายโดยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ, ปปง., ป.ป.ส., เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ ซึ่งใช้อุบายหลอกลวงเหยื่อผู้เสียหายว่ามีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดจะต้องถูกอายัดบัญชีเงินในธนาคารทั้งหมดเพื่อโอนมาให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทำการตรวจสอบ โดยให้ผู้เสียหายไปถอนเงินสดและมาฝากเงินสดเข้าตู้ฝากเงินสดอัตโนมัติเท่านั้น ทำให้มีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อถูกหลอกลวงจำนวนมากและมีการแจ้งความร้องทุกข์แล้ว 8 คดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 5 ล้านบาท

“ขอย้ำเตือนประชาชนว่าหากมีบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ให้ท่านโอนเงินหรือถอนเงิน แม้หมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฏจะเป็นหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานนั้นๆ จริงก็อย่าได้หลงเชื่อโดยเด็ดขาด ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือสอบถามไปยังหน่วยงานนั้นโดยทันที นอกจากนี้ยังฝากเตือนผู้ที่รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารให้บุคคลอื่นหากบัญชีนั้นถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเจ้าของบัญชีจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย” พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว

ด้าน พ.ต.ท.วิชัยเปิดเผยว่า ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์แจ้งข้อมูลมาให้ดีเอสไอจึงดำเนินการตรวจสอบ จนกระทั่งวันที่ 31 ก.ค. 60 ได้ผสานกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทหารกองพล ร.5 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สภ.สะเดา จนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวมาเลเซีย 1 คน ขณะกำลังกดเงินสดออกจากตู้เอทีเอ็มได้ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ต.ด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา และขยายผลควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนได้อีก 1 คน รวมทั้งหมด 2 คน

พร้อมยึดของกลางดังกล่าวก่อนแจ้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน ทั้งนี้ จากการซักถามเบื้องต้นทราบว่ามีบุคคลอื่นที่เป็นคนมาเลเซียแต่งงานหรือเป็นเพื่อนกับคนไทยเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซียและในประเทศไทย อ.สะเดา หรือผ่านเข้าออกทั้งสองประเทศ โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะชักชวนชาวบ้านคนไทยมาเปิดบัญชีธนาคารพร้อมยึดบัตรเอทีเอ็ม และให้ค่าตอบแทนชาวบ้านรายละประมาณ 1,000 บาท

ส่วนทางนายมานพเปิดเผยว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักจะอ้างว่าพัสดุตกค้างในไปรษณีย์จากทางภาคเหนือหลอกผู้เสียหายว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จากนั้นผู้ร่วมขบวนการอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอโทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหลอกให้โอนเงินเข้าตู้เอทีเอ็ม ก่อนจะให้เครือข่ายไปถอนเงินออกมาตามบัญชีต่างๆ จากข้อมูลพบว่าช่วงเดือน ก.พ.-ก.ค.มีผู้เสียหายกว่า 2,000 ราย โทรศัพท์มาสอบถามทางไปรษณีย์เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ขอยืนยันว่าหากมีการตกค้างพัสดุจริงจะมีการนัดหมายเจ้าของให้มารับที่ไปรษณีย์เท่านั้นหรือถ้ามีการเก็บเงินจริงต้องระบุจำนวนเงินที่แน่นอน

ขณะที่ พ.ต.ท.ธวัชชัยกล่าวว่า กลุ่มคนร้ายใช้วิธีการหลอกผู้เสียหายโดยมีการตั้งค่าหมายเลขโทรศัพท์เป็นหน่วยงานของทางราชการก่อนโทร.หาเหยื่อ เมื่อผู้เสียหายเห็นเบอร์ปรากฏและโทร.กลับคิดมาว่าเป็นหน่วยงานรัฐจึงหลงเชื่อทำให้กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้เงินจากผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก

ตัวแทนผู้เสียหายรายหนึ่งเปิดเผยข้อมูลว่า กรณีตนนั้นมีบุคคลโทรศัพท์เข้ามาอ้างว่าตนเป็นผู้ส่งพัสดุตกค้างที่ไปรษณีย์ จ.เชียงราย และเกี่ยวข้องกับยาเสพติดซึ่งจริงแล้วไม่เคยเดินทางไปที่้นั่นเลย ต่อมามีบุคคลอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอโทรศัพท์มาหาตนหลอกถามบัญชีธนาคารและต้องให้ล้างระบบเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ก็ได้ถอนเงินออกมาเข้าบัญชีที่คนร้ายแจ้งไว้ก่อนจากนั้นจะค่อยคืนใส่กลับบัญชีเดิม ตนไม่อยากมีปัญหาจึงหลงเชื่อ หลังโอนเงินแล้วพบว่ารู้สึกผิดปกติ สุดท้ายเลยเดินทางมาดีเอสไอเพื่อสอบถามสาเหตุที่แท้จริง

ที่มา MGR Online

ความคิดเห็น

comments

About