Wednesday, 13/12/2017 | 8:32 UTC+7
i-News

เคนย่าพบโครงกระดูกมนุษย์เชื่อเป็นคนจีนมากับแม่ทัพมุสลิมเจิ้ง เหอ

นักโบราณคดีขุดพบโครงกระดูกชาวจีนในเคนย่า คาดมาจากยุคเดียวกับแม่ทัพมุสลิมเจิ้ง เหอแห่งกองทัพเรือของราชวงศ์หมิง ที่นำกองเรือเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก

อ้างอิงจากการประชุมว่าด้วย “ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับแอฟริกาตะวันออกในยุคโบราณและยุคร่วมสมัย” ซึ่งจัดขึ้นครั้งแรกที่เกาะมันดะ เมืองลามูทางตอนเหนือของเคนย่า เมื่อวันศุกร์ (28 กรกฎาคม) ที่ผ่านมา นักโบราณคดีจีน สหรัฐฯ และเคนย่า ได้ร่วมกันประกาศการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์ที่มีความเกี่ยวพันกับชาวจีน

แชป คูซิมบา ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยอเมริกัน (American University) ซึ่งทำหน้าที่ผู้นำการสำรวจ กล่าวว่านับเป็นครั้งแรกที่มีการค้นพบวัตถุโบราณลักษณะดังกล่าวในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก โดยการขุดค้นเริ่มต้นในเดือนธันวาคม 2012

โครงกระดูกของมนุษย์สามคนมีฟันซี่หน้าที่มีลักษณะเฉพาะของชาวเอเชียตะวันออก และหนึ่งในสามยังสามารถบ่งชี้ได้ว่ามาจากช่วงเวลาเดียวกันกับที่ เจิ้ง เหอ (Zheng He) จอมทัพสายเลือดมุสลิมผู้ครองตำแหน่งแม่ทัพกองเรือจีน ซึ่งเดินทางไปยังแอฟริกาตะวันออกในศตวรรษที่ 15

ส่วนโครงกระดูกของมนุษย์อีกสองคนถูกสันนิษฐานว่ามีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาหลังการเดินเรือของเจิ้ง เหอ โดยคูซิมบาเผยว่า คนเหล่านี้อาจเดินทางสู่แอฟริกาตะวันออกผ่านเส้นทางการค้าบนดินหรือเส้นทางสายไหมทางทะเลก็ได้

ทั้งนี้ เจิ้ง เหอ ถือเป็นนักเดินทาง นักสำรวจ และนักการทูตคนสำคัญในประวัติศาสตร์จีน โดยเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะ “คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส แดนมังกร” ที่น่าจะเดินทางไปยังแอฟริกาตะวันออกระหว่างการล่องเรือเจ็ดรอบสู่มหาสมุทรอินเดียระหว่างปี พ.ศ.1948-1976 ในยุคราชวงศ์หมิง

โดยเดิมทีนั้นเจิ้งเหอมีชื่อว่า “ซานเป่า” แซ่หม่า เกิดที่มณฑลยูนนาน[1] ซึ่งเป็นเขตแดนของมองโกลทางตอนใต้ของประเทศจีน เมื่อปี 1371 มีชื่อมุสลิมเป็นภาษาอาหรับว่า มูฮัมมัด อับดุลญับบารฺ เกิดในตระกูลขุนนางมุสลิม เซมูร์ และเป็นลูกหลานชนชั้นที่หกของ ซัยยิด อัจญาล ชัมสุดดีน อุมัร ผู้ปกครองมณฑลยูนนานผู้ลือนาม จากบุคอรอ ในอุซเบกิสถาน

ความคิดเห็น

comments

About