Wednesday, 13/12/2017 | 8:25 UTC+7
i-News

ลูกน้องซูจีโต้ UN ยันไม่มีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์โรฮิงญา

รัฐบาลพม่าแถลงผลสอบเหตุความรุนแรงในรัฐยะไข่เมื่อปีก่อน ยันไม่มีเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้น ทั้งที่ผลสอบสวนเบื้องต้นของสหประชาชาติสรุปว่าเหตุรุนแรงที่ทำให้ชาวโรฮิงญาเกือบแสนคนหนีตายเข้าไปในบังกลาเทศเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ที่ดำเนินการโดยกองทัพพม่า

ในการแถลงเผยแพร่รายงานฉบับสุดท้ายของคณะกรรมการสืบสวนยะไข่ ชุดของรองประธานาธิบดีมี้น ส่วย กล่าวต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ (6) ว่า ไม่มีหลักฐานของอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ และการล้างเผ่าพันธุ์ตามที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนกล่าวอ้าง

รองประธานาธิบดีมี้น ส่วย ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาว่า มีการข่มขืนโดยทหารขณะเข้ากวาดล้างตามหมู่บ้านต่างๆ ของชาวโรฮิงญา ในปฏิบัติการปราบปรามด้านความมั่นคง ที่กองทัพดำเนินการด้วยข้ออ้างเพื่อตอบโต้เหตุโจมตีร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับด่านชายแดนตำรวจ โดยกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบก่อนหน้านี้ในเดือน ตุลาคม 2559 ในพื้นที่เมืองหม่องดอ ของรัฐยะไข่

รายงานของคณะกรรมการชุดของรองประธานาธิบดีพม่าได้ยอมรับว่า บางสิ่งที่เกิดขึ้นอาจละเมิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไปของสมาชิกบางส่วนในกองกำลังรักษาความมั่นคง

ก่อนหน้านี้ กลุ่มสิทธิมนุษยชนได้แสดงความสงสัยเกี่ยวกับการทำงานของคณะกรรมการชุดของรองประธานาธิบดีพม่า ที่กล่าวว่า การทำงานของคณะกรรมการชุดนี้ขาดผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก ระเบียบวิธีวิจัยที่ไม่ดี และขาดความน่าเชื่อถือเนื่องจากไม่เป็นอิสระ

ด้านสหประชาชาติ ได้มอบหมายให้คณะภารกิจค้นหาข้อเท็จจริงเดินทางมายังเมืองหม่องดอ เพื่อดำเนินการสอบสวนด้วยตัวเอง แต่รัฐบาลพม่าภายใต้การนำของนางอองซาน ซูจีเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไม่อนุญาตให้คณะเดินทางเข้ามาในประเทศ

ซอ มี้น เป สมาชิกอาวุโสของคณะกรรมการของรัฐบาล กล่าวอ้างว่า รายงานที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนนำออกเผยแพร่เมื่อช่วงต้นเดือน กุมภาพันธ์ กล่าวรวมถึงข้อกล่าวหาการละเมิดสิทธิของกองกำลังรักษาความมั่นคง แต่กลับล้มเหลวที่จะพิจารณาถึงความรุนแรงที่กลุ่มชาวมุสลิมได้กระทำไว้

“รายงานดังกล่าวไม่มีเนื้อหาที่เกี่ยวกับการให้คำแนะนำที่สร้างสรรค์ แต่กล่าวหาพม่ากระทำการล้างเผ่าพันธุ์ด้วยการสังหารชาวมุสลิม ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างร้ายแรง” ซอ มี้น เป กล่าว

ความคิดเห็น

comments

About