Sunday, 19/11/2017 | 12:03 UTC+7
i-News

อ้างปมแค้นชู้สาว ปัดเป็นตร.อาสาไถเงินผู้ลี้ภัยซีเรีย

ผบช.น.สอบแก๊งอุ้ม-ไถเงินเหยื่อชาวซีเรีย ผู้ต้องหายันไม่ใช่ตร.อาสา แต่มีปมแค้นจากเรื่องชู้สาว จึงแจ้งตำรวจให้จับกุมในข้อหาถือพาสปอร์ตอยู่เกินกำหนดในราชณาอาจักร ด้านพ่อชาวซีเรียงงตร.ออกหมายจับแค่ฉ้อโกง ทั้งที่คนร้ายมีพฤติกรรมของกลุ่มมาเฟียต่างชาติ แฉซ้ำคนร้ายเพิ่งถูก DSI จับในข้อหาค้ามนุษย์ กรณีหลอกสาวโมร็อกโกค้าประเวณีในไทย 2 วันก่อนประกันตัวออกมาและมาก่อเหตุล่าสุด

จากกรณี นายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ อายุ 47 ปี สัญชาติซีเรีย เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) กระทรวงยุติธรรม หลังถูกกลุ่มผู้มีอิทธิพลในย่านนานารีดไถ โดยอ้างตัวเป็นอาสาสมัครตำรวจ สน.ลุมพินี เรียกรับเงินจาก นายอัลฮลาบิ จำนวน 4 ครั้ง รวมเป็นเงิน 655,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่ให้ นายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด วาเอล บุตรชาย ถูกดำเนินคดีข้อหาอยู่อาศัยในประเทศไทยเกินระยะเวลาที่กำหนด กระทั่งช่วงเย็นวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้อนุมัติออกหมายจับแก๊งผู้ต้องหา 3 ราย ประกอบด้วย นายคาซาล สัญชาติซีเรีย นายบาเซิล สัญชาติเลบานอน และ นายอิสลาม สัญชาติอียิปต์ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงฯ ซึ่งมีพฤติกรรมเรียกรับเงิน โดยอ้างว่า สามารถให้การช่วยเหลือในคดีได้

ล่าสุดวันพฤหัสบดี (24 สิงหาคม) ที่ สน.ลุมพินี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เดินทางเข้าสอบปากคำนายคาซาล และนายอิสลาม หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวได้ที่บ้านพักย่านอ่อนนุช และสุขุมวิท ซอย 4 เมื่อช่วงสายวันเดียวกัน

โดยพล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยภายหลังว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนนี้ถูกศาลออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงฯ เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองคนยังคงให้การปฏิเสธว่า ไม่เคยไปแอบอ้างเป็นตำรวจอาสาใดๆ และไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี เข้ามาเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น ส่วนเสื้อที่สวมใส่ มีตราสัญลักษณ์คล้ายตำรวจนั้น ก็ซื้อมาจากร้านขายเสื้อผ้าย่านถนนข้าวสาร ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ก็ไม่เคยแจกเสื้อลักษณะดังกล่าวให้ มีเพียงแต่เสื้อที่แจกให้ชาวต่างชาติที่มาเป็นล่ามอาสา มีข้อความชัดเจนว่าเป็นล่าม

นอกจากนี้จากการสอบปากคำครอบครัวของนายวาเอล และพยานหลักฐานต่างๆ เชื่อได้ว่า มูลเหตุจูงใจครั้งนี้เกิดจากเรื่องชู้สาว ที่นายอิสลาม กับนายวาเอล ชอบหญิงสาวคนเดียวกัน จึงเกิดการเขม่นไม่พอใจกัน จนนายอิสลามแจ้งตำรวจให้จับกุมนายวาเอล โดยอ้างว่ามียาเสพติดไว้ในครอบครอง แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจค้นไม่พบยาเสพติดตามที่ได้รับแจ้ง จึงขอดูพาสปอร์ตนายวาเอล พบว่าอยู่เกินกำหนด และจับกุมตามกฎหมาย หลังจากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาจึงไปเรียกรับเงินจากพ่อของนายวาเอล โดยอ้างว่า สามารถช่วยเหลือลูกชายได้

โดยนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ ระบุว่า ที่หลงเชื่อจ่ายเงินให้ผู้ต้องหา เพราะเคยเห็นกลุ่มผู้ต้องหาจับกุมชาวต่างชาติที่อยู่เกินกำหนด และปล่อยตัวไป จนทำให้ชาวต่างชาติหลายคนในย่านนานาเข้าใจว่าเป็นตำรวจอาสาจริง ทั้งนี้พอใจกับการทำงานของตำรวจไทยมากที่สามารถจับกุมคนพวกนี้ได้ เพราะคนพวกนี้ทำให้วงการตำรวจและรัฐบาบไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง

อย่างไรก็ตามยังเหลือนายบาเซิล สัญชาติเลบานอน ผู้ต้องหาอีก 1 คนที่ถูกออกหมายจับและยังหลบหนีอยู่ ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ขณะที่เมื่อเวลา 10.30 น.นายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ อายุ 47 ปี ชาวซีเรีย พร้อมนายปัณชพัฒน์ เลิศธีรเรืองกุล ล่ามแปลภาษา ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI) โดย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษก DSI มารับเอกสารแทน

นายปัณชพัฒน์กล่าวว่า ที่มาร้อง DSI เนื่องจากทราบว่านายก็อดซาน หรือจาร์สิน วาคีย์ ชาวซีเรีย 1 ใน 3 กลุ่มผู้ต้องหาที่อ้างตัวเป็นอาสาตำรวจ สน.ลุมพินี ก่อเหตุอุ้มไถเงิน และชี้เป้าให้ตำรวจจับลูกชายนายอัลฮลาบิ โมฮัมหมัด ยาสเซอร์ นั้นเคยถูก DSI จับกุมในข้อหาค้ามนุษย์ กรณีหลอกสาวโมร็อกโกมาค้าประเวณี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยถูกจับกุม 2 วัน ได้ประกันตัวออกมาและมาก่อเหตุล่าสุด จึงมาร้องขอให้เข้าระบบคุ้มครองพยานของ DSI ด้วย เนื่องจากทางผู้เสียหายหวาดกลัวภัยมืดจากกลุ่มดังกล่าว เพราะกลุ่มดังกล่าวเป็นมาเฟียต่างชาติที่หากินในประเทศไทย ทราบว่าตำรวจ สน.ลุมพินี ดำเนินออกหมายจับแค่ข้อหาฉ้อโกงเท่านั้น จึงมาร้อง DSI ให้รับเป็นคดีพิเศษเพื่อเอาผิดต่อผู้ต้องหาทั้ง 3 คนในข้อหาอั้งยี่ซ่องโจร และกรรโชกทรัพย์ด้วย ส่วนกรณีที่ UNHCR ออกบัตรผู้ลี้ภัยให้แก่นายยาสเซอร์และลูกชายนั้น ทาง UNHCR ก็มีการตรวจเอกสารและหลักฐานต่างๆ ระดับหนึ่งจึงออกให้มาลี้ภัยสงครามในประเทศ

ด้าน พ.ต.ต.วรณันเผยว่า เบื้องต้นรับเอกสารร้องเรียนมาก่อน หลังจากนี้จะนำเสนอ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดี DSI เพื่อนำเข้าคณะกรรมเพื่อพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์และกฎหมายคดีพิเศษหรือไม่ ส่วนเรื่องขอคุ้มครองพยานนั้นจะต้องให้รับเป็นคดีพิเศษก่อนจึงจะขอให้คุ้มครองพยานตามขั้นตอนต่อไป

ที่มา MGR Online

ความคิดเห็น

comments

About