Monday, 20/5/2019 | 10:41 UTC+7
i-News

สัมมนาฮาลาลนานาชาติเชียงใหม่ 2015 มั่นใจดันภาคเหนือเปิดตลาดฮาลาลโลก

เปิดฉากการจัดสัมมนาฮาลาลนานาชาติจังหวัดเชียงใหม่ “ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ” ชี้อาเซียนในอนาคตจะกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารฮาลาล ที่มีคุณภาพ มีนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ ขณะที่สัมมนาได้รับความสนใจจากต่างประเทศมั่นใจ ด้านศักยภาพโอกาสของสินค้า-บริการฮาลาลภาคเหนือสามารถเป็นศูนย์กลางในการกระจายผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลในระดับอาเซียนป้อนตลาดโลกในอนาคต

เว็บไซด์ข่าว muslimchiangmai.net นายกวินธร วงศ์ลือเกียรติ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานสัมมนานานาชาติฮาลาลจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4กุมภาพันธ์ 2558ว่า เป็นกิจกรรมหนึ่งของโครงการแสดงสินค้าฮาลาลนานาชาติเชียงใหม่ ครั้งที่ 2 หรือ CHIF 2015 โดยมีผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศ ประกอบไปด้วย สาธารณรัฐประชาชนจีน (ยูนนาน / ซีอาน) สิงคโปร์ มาเลเซีย ตุรกี บังคลาเทศ และ South Africa รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องจำนวน 150 คน เพื่อให้ข้อมูลด้านศักยภาพโอกาสของสินค้า-บริการฮาลาล และสร้างโอกาสและช่องทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ SMEs ผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาลในเขตพื้นที่ภาคเหนือ / เพื่อกระตุ้นธุรกิจการค้า และการท่องเที่ยวฮาลาลพื้นที่ภาคเหนือ และกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ตอนบน และกลุ่มประเทศ BIMSTEC / เพื่อส่งเสริมให้จังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ เป็นศูนย์กลางในการกระจายผลิตภัณฑ์และบริการ ฮาลาลในระดับภูมิภาค และอาเซียนในอนาคตต่อไป

การบรรยายที่น่าสนใจได้แก่ หัวข้อ “ฮาลาลกับการสร้างสันติภาพสู่มนุษยชาติ” โดย ผศ.ดร.สุชาติ เศรษฐมาลินี กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (จังหวัดเชียงใหม่) / หัวข้อ “วิทยาศาสตร์ฮาลาลเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล” โดย ดร.ภราดร สุรีย์พงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสานักงานจังหวัดเชียงใหม่ / และหัวข้อ “เปิดธุรกิจ รวมถึงการเชิญผู้แทนจากต่างประเทศบรรยายเรื่อง “โอกาส ศักยภาพ ASEAN Halal to the World” จากมาเลเซีย สิงคโปร์ และสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นต้น

ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียนกล่าวเปิดการประชุมว่า ปัจจุบันประชากรมุสลิมมีมากถึง 50 % จากประชากร 600 ล้านคนในกลุ่มประเทศอาเซียน ขณะที่มวลรวมของเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนมากถึง 2.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ โดยหนึ่งในเครื่องมือที่จะผลักดันความสำเร็จของอาเซียนคือตลาดอาหารฮาลาล ที่มีมูลค่าสูงถึง 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ อาเซียนในอนาคตจะกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารฮาลาล ที่มีคุณภาพ มีความปลอดภัย มีการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และบริการ ทั้งนี้อาเซียน จะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญของทั้งโลกมุสลิมและโลกโดยรวม ไม่เพียงทางด้านเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ทางสังคม วัฒนธรรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์พร้อมกันไปด้วย

“อุตสาหกรรมฮาลาล เป็นอาหารที่ดีสำหรับมนุษย์ 7,000 ล้านคน ซึ่งเราจะบริหารจัดการมันอย่างไร ให้มีคุณภาพ และถูกต้องตามวิธีการ ถูกต้องตามฮาลาล พร้อมให้ความมั่นใจและสามารถพิสูจน์ตราฮาลาล ได้ ซึ่งตราฮาลาล จะต้องทำสิ่งนั้นให้ดี ใช้จุดแข็งในแต่ละประเทศมาช่วยกันเติมเต็มเป็นจุดเสริมด้วยกัน รับรองฮาลาลซึ่งกันและกัน และช่วยกันผลักดันฮาลาล ให้มากขึ้น”

นายชนะ แพ่งพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ ได้ให้ความสำคัญกับยุทธศาตร์การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาลของภาคเหนืออย่างยิ่งและได้กำหนดให้อุตสาหกรรมฮาลาลเป็นวาระสำคัญของจังหวัด ที่สอดคล้องกับตลาดในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตลาดมุสลิมในกลุ่มประเทศอาเซียน GMS และ BIMSTEC ต่อไป

ดร. ภราดร สุรีย์พงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในการรับรองฮาลาล ประเทศไทยเป็นประเทศแรกในโลก ที่ใช้แนวทางศาสนาอิสลามควบคู่ไปกับหลักวิทยาศาสตร์ฮาลาลอย่างเป็นระบบตามแนวทาง “ศาสนารับรอง วิทยาศาสตร์รองรับ” ทั้งนี้ กิจการฮาลาลประเทศไทย ถือว่ามีความโดดเด่นในระบบและกระบวนการดำเนินงาน ภายใต้หลักการศาสนารับรองและวิทยาศาสตร์รองรับ อันเป็นผลให้ผลิตภัณฑ์ฮาลาลไทยเป็นที่เชื่อถือในตลาดโลก

โดยในแต่ละปี ประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลกว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งทุกประเทศที่ไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลนั้น ไทยส่งเข้าสู่กลุ่มประเทศมุสลิมกว่า 57 ประเทศที่เป็นสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม ส่งผลให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก และมุ่งหวังที่จะก้าวขึ้นมาเป็นประเทศผู้นำในการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลอันดับ 1 ของโลก ประเทศไทยจึงได้เร่งพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการ พร้อมทั้งสร้างสัญญะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวมุสลิมได้จากทั่วโลก ภายใต้ แบรนด์ “Thailand Diamond Halal” หรือ “ฮาลาลระดับเพชรจากประเทศไทย” เนื่องจากชาวต่างชาติต่างเรียกตราสัญลักษณ์ฮาลาลประเทศไทยกันมานานว่า Diamond Halal อันเนื่องจากตราฮาลาลของไทยมีรูปลักษณ์เป็นเพชร (Diamond) อีกด้วย

“สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาลในกลุ่มประเทศอาเซียนเอง คาดว่าจะเกิดร่วมมือกันพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลมากขึ้น เมื่อมีการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558 ทั้งเรื่องการรับรองอาหารฮาลาลร่วมกัน การออกกฎระเบียบการค้า และการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตที่เสรีมากขึ้น” ดร.ภราดรกล่าวในที่สุด

ความคิดเห็น

comments

About