Sunday, 19/11/2017 | 4:09 UTC+7
i-News

บังกลาเทศร้อง UN ตั้งเซฟโซนรับโรฮิงญากลับพม่า

นายกรัฐมนตรีหญิงบังกลาเทศเสนอให้องค์การสหประชาชาติ (UN) จัดตั้งโซนปลอดภัย (safe zone) ขึ้นในพม่า เพื่อรองรับชาวโรฮิงญาที่หนีตายจากการปราบปรามทางทหารของพม่าเข้าไปในบังกลาเทศ กลับประเทศบ้านเกิดของตัวเองอีกครั้ง

“คนเหล่านี้จะต้องได้กลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนอย่างปลอดภัย มั่นคง และมีเกียรติ” นายกรัฐมนตรี เชค ฮาซินา แถลงต่อเวทีประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ในวันพฤหัสบดี (21 กันยายน)

ตามข้อมูลสหประชาชาติระบุว่า ชาวโรฮิงญามากกว่า 420,000 คน หนีตายเข้าไปบังกลาเทศ หลังกองทัพพม่าเปิดปฏิบัติการกวาดล้างอย่างรุนแรงในรัฐยะไข่ ซึ่งรวมถึงการข่มขืนสตรีและเผาบ้านเรือนชาวโรฮิงญา

เชค ฮาซินา กล่าวว่าทางการพม่าวางกับระเบิดไว้ตามแนวพรมแดน เพื่อสกัดไม่ให้ชาวโรฮิงญาย้อนกลับเข้าไปในพม่าอีก และถึงเวลาที่สหประชาชาติจะต้องลงมือยับยั้งและหาทางออกให้แก่วิกฤตมนุษยธรรมครั้งนี้ทันที

นายกฯ หญิงผู้นี้ได้เสนอแผนการ 5 ขั้น โดยเริ่มจากการ “จัดตั้งเซฟโซนขั้นในเขตแดนพม่าภายใต้การกำกับดูแลของ UN” เพื่อรับรองความปลอดภัยให้แก่ชาวโรฮิงญา

UN ประณามสิ่งที่กองทัพพม่าปฏิบัติต่อชาวโรฮิงญาว่าเป็น “การกวาดล้างทางเชื้อชาติ” (ethnic cleansing) ขณะที่ประธานาธิบดี เอมมานูแอล มาครง แห่งฝรั่งเศสชี้ว่า การปราบปรามที่ป่าเถื่อนถึงขั้นนี้อาจเข้าข่าย “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” (genocide) เลยทีเดียว

ผู้นำบังกลาเทศ ยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลพม่ายุติความรุนแรง “และการกวาดล้างทางเชื้อชาติ” ที่ดำเนินอยู่ ตลอดจนยินยอมให้สหประชาชาติส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสวบสวนเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น เปิดทางให้ผู้ลี้ภัยได้กลับเข้าไปยังชุมชนเดิมของตน และรับรองความเป็นพลเมืองให้แก่ชาวโรฮิงญา

คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นมีมติเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงในพม่า แต่การจัดตั้ง “เซฟโซน” นั้นจำเป็นจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก “จีน” ซึ่งถืออำนาจวีโต และประการจุดยืนชันเจนในการสนับสนุนปฎิบัติการทางทหารของพม่า

มุสลิมโรฮิงญาราว 1.1 ล้านคนเผชิญการแบ่งแยกกีดกันในพม่ามานานหลายสิบปี และแม้จะตั้งรกรากอยู่ในดินแดนพม่ามาหลายชั่วอายุคน แต่ก็ยังถูกปฏิเสธความเป็นพลเมือง ขณะที่กลุ่มหัวรุนแรงกล่าวหาว่าโรฮิงญาเป็นแค่คนต่างด้าวที่ไม่มีรากเหง้าร่วมกับพวกเขา

ฮาซินา ระบุว่า เหตุรุนแรงในรัฐยะไข่ระลอกล่าสุดทำให้มีชาวโรฮิงญาเข้าไปอาศัยพักพิงในบังกลาเทศแล้วมากกว่า 800,000 คน

ความคิดเห็น

comments

About