Sunday, 19/11/2017 | 3:55 UTC+7
i-News

นักวิจัยเตือน ซูเปอร์ มาลาเรีย “เชื้อดื้อยา” ระบาดมากขึ้น

นักวิจัยโรคเขตร้อนเตือน “ซูเปอร์ มาลาเรีย” กำลังระบาดมากขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื้อโรคดื้อยายิ่งขึ้น ทั้งยังหวั่นเชื้อโรคร้ายอาจขยายไปถึงอินเดียและทวีปแอฟริกา

หน่วยวิจัยเวชศาสตร์เขตร้อนของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด แจ้งเตือนถึงการแพร่ระบาดของเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์ดื้อยาชนิดรุนแรง หรือ “ซูเปอร์มาลาเรีย” ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงที่กำลังลุกลามมากยิ่งขึ้น โดยพบการแพร่กระจายจากกัมพูชา ไปยังบางส่วนของประเทศไทย ลาว และเวียดนามตอนใต้หนักขึ้น

มีการเผยแพร่รายงานดังกล่าวในวารสารการแพทย์ Lancet Infectious Diseases โดยระบุว่าพบการแพร่ระบาดของเชื้อปรสิตที่ดื้อยาอาร์ทีมิซินิน ซึ่งเป็นยาชนิดหลักที่ใช้รักษามาลาเรียในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มมากขึ้น เช่นที่เวียดนามพบกรณีคนไข้ติดเชื้อดื้อยาถึง 1 ใน 3 และในบางภูมิภาคของกัมพูชาพบผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาชนิดดั้งเดิมถึงเกือบ 60%

ศาสตราจารย์อาร์เจน ดอนดอร์ป ผู้นำหน่วยวิจัยระบุว่า เชื้อมาลาเรียสายพันธุ์ที่ดื้อยานี้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในอัตราที่น่าหวั่นเกรงว่าจะกลายเป็นภัยคุกคามระดับโลกในไม่ช้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเกิดการติดต่อแพร่ระบาดข้ามไปถึงทวีปแอฟริกา ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อมาลาเรียอยู่เป็นจำนวนมากที่สุด คิดเป็น 92% ของผู้ติดเชื้อทั่วโลก ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องพยายามควบคุมและกำจัดเชื้อมาลาเรียดื้อยานี้ให้ได้โดยด่วน

ในแต่ละปีมีผู้ติดเชื้อมาลาเรียถึง 212 ล้านคนทั่วโลก โดยสาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อปรสิตที่มียุงเป็นพาหะ วิธีการรักษาหลักคือการให้ยาอาร์ทีมิซินินควบคู่ไปกับยาไพเพอราควิน แต่เมื่อเกิดการดื้อยาอาร์ทีมิซินินขึ้น ยาไพเพอราควินก็มีแนวโน้มจะใช้รักษาไม่ได้ผลตามไปด้วย

องค์กรการกุศลเพื่อการวิจัยทางการแพทย์ เวลคัม ทรัสต์ ของสหราชอาณาจักรระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้ป่วยราว 700,000 คนทั่วโลกต้องเสียชีวิตจากการติดเชื้อดื้อยาซึ่งรวมถึงเชื้อมาลาเรียด้วย หากไม่มีมาตรการแก้ไขอย่างจริงจัง จำนวนผู้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาอาจเพิ่มขึ้นเป็นหลายล้านคนต่อปีภายในปี 2050

ที่มา BBC thai

ความคิดเห็น

comments

About